กฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ กรณีศึกษา : พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม
คำสำคัญ:
กฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์, พื้นที่จังหวัดมหาสารคามบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม 2) เพื่อศึกษากระบวนการและพัฒนาการของกฎหมู่บ้านและ 3) เพื่อเสนอรูปแบบและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน กลุ่มอาวุโสหรือผู้นำชุมชน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สถิติพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า
ระยะที่ 1 ศึกษาความเป็นมาและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่
จังหวัดมหาสารคาม พบว่า การจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละหมู่บ้านและทำการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชน
ทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายหมู่บ้านได้ยึดถือปฏิบัติให้ประชาชนภายในหมู่บ้านได้อยู่อย่างสงบสุข กลุ่มประชาชน กลุ่มอาวุโส และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.37) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับความสำคัญค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ สภาพทางภูมิศาสตร์ ( = 3.46) รองลงมา อนามัย (= 3.42) การเมืองการปกครอง (= 3.40) ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อ (= 3.36) สังคม (= 3.34) สุขภาพ (= 3.33) และเศรษฐกิจ(= 3.30) ตามลำดับ และ 3) แนวทางให้สำหรับผู้นำและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้และถือปฏิบัติสำหรับการดำเนินการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านให้มีคุณภาพ และยึดถือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งเป็นด้าน 7 ด้าน ได้แก่ ด้านอำนวยการ ด้านการปกครองและรักษาความ สงบเรียบร้อย ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่
ระยะที่ 2 ศึกษากระบวนการและพัฒนาการกฎหมู่บ้าน พบว่า ผลจากการสัมภาษณ์ผู้นำทั้ง 15 หมู่บ้าน สรุปได้ว่าส่วนใหญ่ในการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละหมู่บ้านและทำการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายหมู่บ้านได้ยึดถือปฏิบัติให้ประชาชนภายในหมู่บ้านได้อยู่อย่างสงบสุข และกรณีพิพาทภายในหมู่ได้ยกตัวอย่างจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1 กรณีทะเลาะวิวาทในเขตชุมชนบ้านเหล่าเม็ก หมู่ 15 ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม เรื่องที่ 2 การมีอาวุธผิดกฎหมายในครอบครอง ในหมู่ที่ 4 บ้านหนองแข้ ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เรื่องที่ 3 การเล่นการพนันในหมู่บ้าน สรุปได้ว่า การพิจารณาเบื้องต้นได้ให้ผู้นำหมู่บ้านได้ประสานและพิจารณาก่อนจะส่งไปยังตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และกลุ่มประชาชน กลุ่มอาวุโส และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับความสำคัญค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ สภาพทางภูมิศาสตร์ รองลงมา อนามัย การเมือง การปกครอง ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อ สังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจ ตามลำดับ
ระยะที่ 3 เสนอรูปแบบและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พบว่า วิเคราะห์เพื่อประเมินผลการพัฒนาและการสรุปผลกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม เพื่อนำมาเป็นกฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ : กรณีศึกษาพื้นที่
ในจังหวัดมหาสารคาม ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายประเทศที่ชัดเจนและถือปฏิบัติต่อไป โดยการวิเคราะห์กฎหมู่บ้านจากการสัมภาษณ์และแจกแบบสอบถามกับกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน กลุ่มอาวุโสหรือผู้นำชุมชน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้ง 13 อำเภอภายในจังหวัดมหาสารคาม แนวทางสำหรับการจัดทำกฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ : กรณีศึกษาพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคาม โดยการจัดเป็นแนวทางให้สำหรับผู้นำและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้และถือปฏิบัติสำหรับการดำเนินการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านให้มีคุณภาพ และยึดถือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งเป็นด้านดังนี้ 1) ด้านอำนวยการ 2) ด้านการปกครองและรักษาความ สงบเรียบร้อย 3) ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน 4) ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ 5) ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข 6) ด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ 7) ด้านอื่น ๆ
เอกสารอ้างอิง
Charoenthanavat, K. (2013). Fundamentals of Public Law. (2nded). Bangkok: Winyuchon Publishing House.
Jean-Jacques Rousseau. (2012). Community contract/Principles of political rights. Bangkok: Thap Book Publishing House.
Kasemsup, P. (2010). Philosophy of Law. (10thed). Bangkok: Thammasat University Press.
Phonok, N. (2013). Community and the rights to nature and the environment. Bangkok: Research and Development Office King Prajadhipok's Institute.
Phra Maha Thongsuk Suparo (Sang Dao). (2002). The Influence of Buddhism to Thai Ways of Life. Nakhon Pathom: Mahamakut Wittayalai University.
Prokati, K. (2007). The rights of individuals who form a community. Bangkok: Office of the Constitutional Court.
Singkanati, B. (2014). Fundamentals of the rights and liberties and human dignity. (4thed). Bangkok: Winyuchon.
Uaamnoey, J., et al. (2010). Developing a framework for research on alternative justice projects in Thai society. Bangkok: Office of Justice Affairs.
Uaamnoey, J. (2005). Community Justice: Opening the Community's Areas in Providing Justice. Bangkok: Office of the Research Fund.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
