กฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ กรณีศึกษา : พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • บุญชนะ ยี่สารพัฒน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • เชิดวงศ์ บัวเบิก มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • วิษณุ บาคาล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • กริช สินธุศิริ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • จักรพงศ์ ลิ้มสุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ปองปรัชญ์ เกษาสุวรรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

กฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์, พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม

บทคัดย่อ

          การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความเป็นมาและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม  2) เพื่อศึกษากระบวนการและพัฒนาการของกฎหมู่บ้านและ 3) เพื่อเสนอรูปแบบและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน  กลุ่มอาวุโสหรือผู้นำชุมชน  และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มตัวอย่าง  จำนวน  400  คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล  สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ สถิติพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 

            ระยะที่ 1 ศึกษาความเป็นมาและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่

จังหวัดมหาสารคาม พบว่า การจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละหมู่บ้านและทำการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชน

ทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายหมู่บ้านได้ยึดถือปฏิบัติให้ประชาชนภายในหมู่บ้านได้อยู่อย่างสงบสุข กลุ่มประชาชน กลุ่มอาวุโส และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม  โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  (= 3.37) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับความสำคัญค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ สภาพทางภูมิศาสตร์ ( = 3.46) รองลงมา อนามัย (= 3.42) การเมืองการปกครอง  (= 3.40) ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อ (= 3.36) สังคม (= 3.34) สุขภาพ (= 3.33) และเศรษฐกิจ(= 3.30) ตามลำดับ และ 3) แนวทางให้สำหรับผู้นำและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้และถือปฏิบัติสำหรับการดำเนินการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านให้มีคุณภาพ และยึดถือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี  โดยแบ่งเป็นด้าน  7  ด้าน  ได้แก่  ด้านอำนวยการ  ด้านการปกครองและรักษาความ สงบเรียบร้อย ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน  ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ  ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่

            ระยะที่ 2 ศึกษากระบวนการและพัฒนาการกฎหมู่บ้าน พบว่า ผลจากการสัมภาษณ์ผู้นำทั้ง  15  หมู่บ้าน สรุปได้ว่าส่วนใหญ่ในการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลและขนบธรรมเนียมประเพณีในแต่ละหมู่บ้านและทำการจัดประชุมประชาคมหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎหมายหมู่บ้านได้ยึดถือปฏิบัติให้ประชาชนภายในหมู่บ้านได้อยู่อย่างสงบสุข และกรณีพิพาทภายในหมู่ได้ยกตัวอย่างจำนวน  3  เรื่อง ได้แก่  เรื่องที่  1  กรณีทะเลาะวิวาทในเขตชุมชนบ้านเหล่าเม็ก หมู่  15  ตำบลนาภู  อำเภอยางสีสุราช  จังหวัดมหาสารคาม  เรื่องที่  2  การมีอาวุธผิดกฎหมายในครอบครอง ในหมู่ที่  4  บ้านหนองแข้ ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคาม เรื่องที่  3  การเล่นการพนันในหมู่บ้าน สรุปได้ว่า การพิจารณาเบื้องต้นได้ให้ผู้นำหมู่บ้านได้ประสานและพิจารณาก่อนจะส่งไปยังตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และกลุ่มประชาชน กลุ่มอาวุโส และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม  โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน โดยเรียงลำดับความสำคัญค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ สภาพทางภูมิศาสตร์  รองลงมา อนามัย การเมือง การปกครอง ประเพณีวัฒนธรรม และความเชื่อ สังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจ  ตามลำดับ

            ระยะที่ 3 เสนอรูปแบบและสถานะทางกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม  พบว่า วิเคราะห์เพื่อประเมินผลการพัฒนาและการสรุปผลกฎหมายของกฎหมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม  เพื่อนำมาเป็นกฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ : กรณีศึกษาพื้นที่

ในจังหวัดมหาสารคาม ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายประเทศที่ชัดเจนและถือปฏิบัติต่อไป โดยการวิเคราะห์กฎหมู่บ้านจากการสัมภาษณ์และแจกแบบสอบถามกับกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน  กลุ่มอาวุโสหรือผู้นำชุมชน และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้ง  13  อำเภอภายในจังหวัดมหาสารคาม  แนวทางสำหรับการจัดทำกฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ : กรณีศึกษาพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคาม โดยการจัดเป็นแนวทางให้สำหรับผู้นำและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้และถือปฏิบัติสำหรับการดำเนินการจัดตั้งกฎหมายหมู่บ้านให้มีคุณภาพ และยึดถือปฏิบัติได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งเป็นด้านดังนี้ 1) ด้านอำนวยการ  2) ด้านการปกครองและรักษาความ สงบเรียบร้อย 3) ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน 4) ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ 5) ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข 6) ด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ 7) ด้านอื่น ๆ 

เอกสารอ้างอิง

Charoenthanavat, K. (2013). Fundamentals of Public Law. (2nded). Bangkok: Winyuchon Publishing House.

Jean-Jacques Rousseau. (2012). Community contract/Principles of political rights. Bangkok: Thap Book Publishing House.

Kasemsup, P. (2010). Philosophy of Law. (10thed). Bangkok: Thammasat University Press.

Phonok, N. (2013). Community and the rights to nature and the environment. Bangkok: Research and Development Office King Prajadhipok's Institute.

Phra Maha Thongsuk Suparo (Sang Dao). (2002). The Influence of Buddhism to Thai Ways of Life. Nakhon Pathom: Mahamakut Wittayalai University.

Prokati, K. (2007). The rights of individuals who form a community. Bangkok: Office of the Constitutional Court.

Singkanati, B. (2014). Fundamentals of the rights and liberties and human dignity. (4thed). Bangkok: Winyuchon.

Uaamnoey, J., et al. (2010). Developing a framework for research on alternative justice projects in Thai society. Bangkok: Office of Justice Affairs.

Uaamnoey, J. (2005). Community Justice: Opening the Community's Areas in Providing Justice. Bangkok: Office of the Research Fund.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-12-21

รูปแบบการอ้างอิง

ยี่สารพัฒน์ บ. . ., บัวเบิก เ. ., บาคาล ว. ., สินธุศิริ ก. ., ลิ้มสุวรรณ จ. ., & เกษาสุวรรณ ป. . (2021). กฎหมู่บ้านในบริบททางนิติศาสตร์ กรณีศึกษา : พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม. Journal for Developing the Social and Community, 8(2), 739–750. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/250711

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย