รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
คำสำคัญ:
การพัฒนาชุมชน, เศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร 2) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร และ 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร วิธีการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ประชากรมี 200 ครัวเรือน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การจัดหมวดหมู่ของเนื้อหา แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นประเด็นร่วมหรือประเด็นหลัก และอธิบายเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ใช้คอมพิวเตอร์สำเร็จรูป เพื่อหาค่าสถิติบรรยาย ได้แก่ การแจกแจงความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ใช้การระดมสมอง (Brain Storming) และการประชุมกลุ่มย่อย (Focus Groups) เพื่อวิพากษ์รูปแบบที่สร้างขึ้นและให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมของโครงการ หรือกิจกรรมที่จะนำไปเป็นรูปแบบการพัฒนาในการนำไปใช้ทดลองในการวิจัยระยะที่ 3 ต่อไป และระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโดสมัครใจ จำนวน 35 ครอบครัว ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 6 เดือน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อเปรียบเทียบรายจ่ายครัวเรือนช่วงก่อน และหลังการใช้รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง ของผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองโดยใช้ t-test (Dependent Sample)
ผลการวิจัย พบว่า
- บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร มี 200 ครัวเรือน ประชากร 592 คน ชาย 311 คน หญิง 281 คน อาชีพหลักคือ การทำนา รายได้เฉลี่ย 23,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ปัญหาที่พบ คือ 1) ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพและขาดการสนับสนุนอาชีพเสริมจากหน่วยงานภาครัฐ 2) ขาดการฝึกอบรมอาชีพเสริม 3) มีภัยแล้งทุกปี ทำให้ขาดน้ำเพื่อทำการเกษตรในหน้าแล้ง 4) ขาดทุนหมุนเวียน ชุมชนต้องการเรียนรู้แนวทางการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยมีความต้องการในกิจกรรมเพื่อพัฒนา ดังนี้ 1) การทัศนศึกษาดูงานจากชุมชนต้นแบบ 2) การปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ 3) การเลี้ยงปลาดุก 4) การเลี้ยงกบ 5) การเลี้ยงไก่พื้นเมือง 6) การเพาะเห็ดนางฟ้า และ 7) การเลี้ยงเป็ด
- รูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองบ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่า กิจกรรมที่ชุมชนจะนำไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ดังนี้ 1) การทัศนศึกษาดูงานจากชุมชนต้นแบบ 2) การปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ 3) การเลี้ยงปลาดุก 4) การเลี้ยงไก่พื้นเมือง 5) การเพาะเห็ดนางฟ้า
- ผลการทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบว่า ก่อนและหลังการดำเนินงานตามรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ทำให้มีรายจ่ายครัวเรือนลดลงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสรุปได้ว่ารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง บ้านกกแดง ได้ส่งผลให้ครัวเรือนมีรายจ่ายครัวเรือนลดลง
เอกสารอ้างอิง
Ban Kok Daeng Community Plan. (2016). Ban Kok Daeng Community Plan, Kok Daeng Subdistrict, Nikhom Kham Soi District, Mukdahan Province. Mukdahan: Village Committee.
Jitman, C. (2009). Efficacy of Bioextract on Mushroom Cultivation. Master's Thesis: Sukhothai Thammathirat Open University.
Kongtanajaruanan, C. (2008). Lifestyle and quality of life regarding sufficiency economy philosophy of farmers in Nogmajab Village, Maefak Sub-district, San Sai District, Chiang Mai Province. Master's Thesis: Chiang Mai University.
Lapchit, S. (2009). An action research on the design and development of an integrated learning management system for basic people in the Surin way for a self-reliant community society. Surin: Office of Non-Formal and Informal Education, Surin Province.
Office of the National Economic and Social Development Board. (2016). National Economic and Social Development Plan No. 12 (2017-2021). [Online] http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=395. [20 August 2016]
One Tambon One National Product Management Committee. (2004). Guide to the selection criteria for the best One Tambon One Thai Product (OTOP Product Champion), 2004. Bangkok: Department of Community Development, Ministry of Interior.
Phongphit, S. (2003). Community Economic Life Plan. Bangkok: Thai Wisdom Publishing House.
Phoowana, K. (2011). A development Model for the Well-being of Community: A Case Study of Ban Donmun, Kantarawichai District, Maha Sarakham Province. Doctor of Philosophy Thesis: Maha Sarakham Rajabhat University.
Roengchaiyaphum, A. (2006). Catfish culture in cages. Mae Hong Son: Na Bo Kham Sub-District Learning Center, Center for Non-formal Education and Informal Education, Mueang District, Mae Hong Son Province.
Thongklongsai, T. (2009). The Development Project of Frog Culture Method with Sulffi ciency Economy Philosophy. Master's Thesis: Rajamangala University of Technology Isan, Kalasin Campus.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
