รูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3

ผู้แต่ง

  • Pratheep Naraklam นักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต (สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม)

คำสำคัญ:

Motorcycle Naughty Teens, Problems Solutions

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่ในการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น (2) เพื่อสร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น และ (3) เพื่อยืนยันการสร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น โดยทำการศึกษากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 400 ราย ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบและบันทึกการสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 พบว่า พบว่า มีองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่มีผลต่อการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 พบว่ามี 3 ตัวแปรที่มีผลคือ ด้านความรู้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ด้านเจตคติที่มีต่อการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้ และ ด้านพฤติกรรมที่แสดงออก ในการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ผู้วิจัยได้ทดสอบสมมุติฐาน แบบเป็นขั้นตอน (Step Method) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความเที่ยงตรงสอดคล้องกับความเป็นจริงของ เด็กและเยาวชน ผู้วิจัยยังได้เก็บข้อมูลด้วยการลงภาคสนามโดยวิธีสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เด็กและเยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 40 คน เพื่อใช้เป็นส่วนสำคัญ ในการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยสรุปรูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ สามารถเป็นแนวทางให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

Almond, G., & Verba, S. (1963). The civic culture Political attitudes and democracy in five nations. Princeton, NJ Princeton University Press.

Isara Preeda. (1980). Learning Psychology and Teaching. Bangkok: Graphic Art. [In Thai].

Kankrong Su-angka and others. (2015). A study of young driver behavior that affect the risk of accidents from the motorcycle. Research Report : Suranaree University of Technology. [In Thai].

Kriangsak Kiewying and Others (1995). Academic Administration. Bangkok : Sahamit Offset. [In Thai].

Office of the National Education Commission.(2002). Learning Theory to Develop Thinking Processes. Bangkok: Wattana Panich Samranrat. [In Thai].

Patchanee Worawin (1979). Social Psychology : Theory and Practice. Bangkok : Thaiwattanapanich. [In Thai].

Police Colonel Aiyarach Chinaprayoon (2018). Position : Deputy Commissioner of Sisaket Provincial Police. Interview : 13 May 2018. [In Thai].

Police Colonel Somphob Sungkonthong (2018). Position : Deputy Commissioner of Crime Suppression Division of Kantharalak Provincial Police Station. Interview : 13 May 2018. [In Thai].

Prasit Foithong (2018). Position : Police Monitoring and Monitoring Committee of Kantharalak Provincial Police Station. Interview : 13 May 2018. [In Thai].

Sitthiwat Thanaboolphiphat (2018). Position : Police Monitoring and Monitoring Committee of Kantharalak Provincial Police Station. Interview : 13 May 2018. [In Thai].

Somyot Hinpray (2018). Position : Police Monitoring and Monitoring Committee of Kantharalak Provincial Police Station. Interview : 13 May 2018. [In Thai].

Wiruch Wiruchnipawan. (1989). Principles of Community Development : Applied Community Development. Bangkok: Odean Store. [In Thai].

Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd edition. Newyork : Harper and Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

Naraklam, P. (2019). รูปแบบการแก้ไขปัญหาการแข่งรถจักรยานยนต์บนท้องถนนของเด็กแว้น ในเขตความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3. Journal for Developing the Social and Community, 6(2), 399–418. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/233202

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย