ปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่, ความสำเร็จในการปฏิบัติงาน, บทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) เพื่อศึกษาระดับการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด (2) เพื่อศึกษาระดับความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด (3) เพื่อศึกษาปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด (4) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด และ (5) เพื่อสร้างรูปแบบปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มีส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน ในจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวนรวม 263 คน โดยใช้สูตรการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง ของยามาเน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 76 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ.94 และแบบสอบถามปลายเปิดเกี่ยวกับข้อเสนอแนะปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ดสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติการหาความสัมพันธ์ด้วยสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและ สถิติถดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง โดยวิธี Stepwise และกลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 16 คน ผลการวิจัย พบว่า
- ปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมากทั้ง 8 ด้าน เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปน้อย ได้แก่ ด้านประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ด้านบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี ด้านมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ด้านกระจายอำนาจ ด้าน การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ด้านประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านสมรรถนะ และด้านใช้วิธีการปฏิบัติงานเชิงกลยุทธ์
- ความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน อยู่ในระดับ มากทั้ง 8 ด้าน เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปน้อย ได้แก่ ด้านบริการด้านเป็นผู้นำชุมชน ด้านเป็นตัวแทนภาครัฐ ด้านอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ด้านปกครองและการรักษาความสงบเรียบร้อย ด้านประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม และด้านส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ การกระจายอำนาจ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี และประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และด้านประเมินผลการปฏิบัติงาน
- ข้อเสนอแนะต่อปัจจัยการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ด เรียงลำดับตามความถี่จากสูงไปหาต่ำ 3 อันดับแรก ได้แก่ ควรจัดกิจกรรมให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายในชีวิตประจำวัน ควรได้รับการฝึกอบรมการบริหารสมัยใหม่ ควรมีการประเมินความพึงพอใจของประชาชนเกี่ยวกับการทำงานของผู้ใหญ่บ้าน ควรมีการฝึกความแข็งแกร่งด้านร่างกายและจิตใจและอารมณ์ของผู้ใหญ่บ้าน และควรให้โอกาสประชาชนเป็นผู้เสนอปัญหาของหมู่บ้าน
- รูปแบบปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดร้อยเอ็ดประกอบด้วย 6 ปัจจัย ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการแบบมืออาชีพ การกระจายอำนาจ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี และประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม
เอกสารอ้างอิง
Boston, and Others. (1996). Public Management. The New Zealand. Aokand : University Press.
Bunchom Srisa-ard. (2013). Preliminary Research. 9th edition. Bangkok : Suweeriyasarn. [In Thai]
Government Gazette. (2003). Royal Decree on the Principles and Methods of Good Governance in 2003. Bangkok : Government Gazette. [In Thai]
Hood, C. (1992). A Public Management for All Seasons. 69 (1).
Hughes, E. (1994). Public Management and Administration : An Introduction. New York : St. Martin’s Press Inc.,
OECD (1991) Public Management Development. PUMA, Paris.
Office of the National Economic and Social Development Board. (2017). 12th National Economic and Social Development Plan 2017-2021. Bangkok : Office of the Prime Minister.
Office of the Public Sector Development Commission. (2005). HR SCORECARD : Assessment of human resource management systems. Bangkok : Office of the Public Sector Development Commission. [In Thai]
Osborne, D. and Gaebler, T. (1992). Reinventing Government : How the entrepreneaurial Spirit is Transforming the Public Sector. Reading Mass : Addison-Wesley.
Phillips Jiraprayut and Theppasak Boonyarataphan. (2015). “THE IMPLEMENTATION OF NEW PUBLIC MANAGEMENT TOOLS IN OIL BUSINESS UNIT, PTT PUBLIC COMPANY LIMITED”. Modern Management Journal, 13 (1) : 13-34. [In Thai]
Pollitt, Christoprer. (2000). Public Management Reform : A
Comparative Analysis. Oxford : Oxford University Press.
Prapapen Suwan et al. (1997). The study of behaviors and environment conducive to health promoting behaviors among youths, housewives and workers in Thailand. Nonthaburi : Health Systems Research Institute. [In Thai]
Roi Et Provincial Office. (2016). Roi Et Province Information. Roi Et : Roi Et Provincial Office. [In Thai]
Sarawich Premchuen (2013). The Public Sector Management Quality Award : PMQA in the Thai Government System. Bangkok : Ministry of Industry. [In Thai]
Surin Muangthong. (2011). Management Principles. Bangkok : Thawee Printing. [In Thai]
Suvarnamala, Jarat. (2010). The Blind Spot on Good governance. Bangkok : Chulalongkorn University. [In Thai]
Tossaporn Sirisamphan. (2006). Public Administration in the Globalization Era. Bangkok : Chulalongkorn University. [In Thai]
Trakool Meechai. (1995). Decentralization. Bangkok : Institute of Educational Policy. [In Thai]
Wrasak Kueathep. (2004). “New Public Management : Empirical proof of ability of Local Government”. Political Science and Public Administration Journal, 39 (1) : 19-73. [In Thai]
Yamane, Taro. (1967). Statistics : An Introductory Analysis. New York : Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
