เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศศึกษาการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อบริหารจัดการป่าชุมชนภูกระแตอย่างมีส่วนร่วม อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ
คำสำคัญ:
เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ, การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้, การใช้ประโยชน์ที่ดิน, บริหารจัดการป่าชุมชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชุมชนภูกระแตจากข้อมูลดาวเทียม 2 ช่วงเวลา คือ ปี พ.ศ. 2544 และปี พ.ศ.2561 2) ศึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างโดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) จำนวน 12 คน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล 1) แนวคำถามปลายเปิด 2) เครื่องบันทึกเสียง 3) สมุดบันทึก การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงประเด็น ผลการศึกษาพบว่า
- 1. ผลการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าชุมชนภูกระแต ปี พ.ศ. 2544 และปี พ.ศ.2561 พบว่า มีนาข้าวลดลง จำนวน 86,400 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.56 มีพื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้น จำนวน 658,800 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 4.29 มีสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น จำนวน 450 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 100 ป่าผลัดใบสมบูรณ์เพิ่มขึ้น จำนวน 10,486,888 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 68.35 ป่าผลัดใบเสื่อมโทรมลดลง จำนวน 10,781,550 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 69.97 สวนป่าสมบูรณ์เพิ่มขึ้น จำนวน 45,000 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 100 ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟูเพิ่มขึ้น จำนวน 2,861,325 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 18.65 พื้นที่เสื่อมโทรมลดลง จำนวน 263,475 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 1.72 พื้นที่เสื่อมโทรมสลับเกษตรลดลง จำนวน 2,842,425 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 18.53 และแหล่งน้ำลดลง จำนวน 78,613 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 0.51
2. แนวทางในการพัฒนารูปแบบการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน มี 7 แนวทาง ดังนี้ (1) ประชุมชาวบ้านโดยรอบป่าชุมชนเพื่อทำความเข้าใจ (2) กิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน และเยาวชน (3) กิจกรรมสร้างจิตสำนึก และวินัยในการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืนแก่เยาวชนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง (4) ศึกษาดูงานการจัดการป่าชุมชนจากพื้นที่ต้นแบบอื่น (5) สร้างกติกาชุมชน มีมาตรการป่าชุมชน (6) จัดตั้งกลุ่มฟื้นคืนป่าชุมชน และ (7) การดำเนินการจัดการป่าชุมชนอย่างยั่งยืน ต้องมีการร่วมมือกันจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล นักวิชาการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานเอกชน และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนในท้องถิ่น
เอกสารอ้างอิง
References
Ampansirirat, Amavasee. (2014). “The Concepts of Qualitative Research”. The Southern College Network Journal of Nursing and Public Health, 1 (2): 68-74. [In Thai].
Bunsongsrikul, Lakkhana. (2011). Community Forest Network Nong Rong Subdistrict, Phanom Thuan District, Kanchanaburi Province. Research Report of a Training project for Researchers to Build Seedlings (Seedlings), class 9. Bangkok: National Research Council of Thailand. [In Thai].
Chaiyaphum Forestry Office. (2016). Community / Village Forest Project According to the Department of Forestry's approval (Phu Kratong Forest). Chaiyaphum: Chaiyaphum Forestry Office. [In Thai].
Chamram, Pornpimol. (2013). Community forest management as a cultural resource case study: Ban Sam Ka Moo 6, Hua Sua district, Mae Tha, Lampang province. Master of Arts Thesis (Cultural Resource Management) : Silpakorn University. [In Thai].
Department of Forestry. (2016). Community Forest Database. [Online] : http://www.forest.go.th/community_extension/index.php [20 September 2016]. [In Thai].
Department of Forestry. (2018). Forest statistics year 2552 B.E. [Online] : http://www.forest.go.th/stat/stat52/ตาราง1.htm [20 June 2018]. [In Thai].
Geo-Informatics and Space Technology Development Agency. (2018). Satellite Image Data. Chaiyaphum: Geo-Informatics and Space Technology Development Agency. [In Thai].
Sokoakha, Noopai et al. (2012). Appropriate System to support the development of the quality of life of people in the community of Network of Phu Krathum Forest: A case study of 4 sub-districts in Kaset Sombun District, Chaiyaphum Province. Bangkok: The Thailand Research Fund. [In Thai].
Soontornwong, Somying. (2014). Community forest and Thai society. RECOFTC - Thailand. 23 September 2014. [Online] https://archive.recoftc.org/sites/default/files/uploaded_files/2%20 [20 June 2019]
Sudnongbua, Supaporn. (2012). "Issue Analysis" ", The Teaching Materials on the Topic of "Issue Analysis Techniques. Phitsanulok: Naresuan University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
