แนวทางการพัฒนาด้านกายภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในคณะมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยใช่องค์ความรู้ด้านศิลปกรรม : กรณีศึกษาอาคาร 12 ศิลปกรรม

ผู้แต่ง

  • Jatupon Rakpiam อาจารย์ประจำ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
  • Asst. Prof. Dr. Sakda Boonyued อาจารย์ประจำ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

คำสำคัญ:

การจัดการสิ่งแวดล้อม, กายภาพ, อาคารศลิปกรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและหาแนวทางการพัฒนาด้านกายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อมภายใน คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยใช่องค์ ความรู้ด้านศิลปกรรม : กรณีศึกษาอาคาร 12 ศิลปกรรม การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 ศึกษา ทฤษฎีการประเมินโครงการหลังการเข้าใช้ ระยะที่ 2 ศึกษาลักษณะทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมของ อาคารกรณีศึกษา ระยะที่ 3 การศึกษาโดยใช้เครื่องมือวิจัย คือแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชาศิลปกรรม จำนวน 87 คน อาจารย์ จำนวน 4 คน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ อาคารจำนวน 9 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 100 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา แนวทางการพัฒนาด้านกายภาพและการสิ่งแวดล้อมภายใน คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยใช่องค์ความรู้ด้านศิลปกรรม : กรณีศึกษาอาคาร 12 ศิลปกรรม ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 การศึกษาพื้นที่ห้องเรียน และห้องปฏิบัติการพบว่า ห้องเรียนที่ีุ่กห้องมีขนาดพื้นที่ต่อคนเพียงพอกับ จำนวนนักศึกษา ส่วนห้องปฏิบัติการทุกห้องมีขนาดพื้นที่ต่อคน ไม่เพียงพอกับจำนวนนักศึกษา ส่วนที่ 2 ลักษณะทางกายภาพของอาคารกรณีศึกษา แบ่งออก 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 ด้านแสงแดด ส่งผลกระทบ ด้านความร้อนกับตัวอาคาร ด้านที่ 2 อาคารได้รับลมธรรมชาติน้อยเนื่องจากมีอาคารข้างเคียง บัง ทิศทางลมทำให้การระบายความร้อนได้น้อย ด้านที่ 3 มลภาวะทางเสียงและฝุ่นควัน อาคารกรณีศึกษา มีถนนล้อมรอบอาคารทำให้มีการจราจรมาก ทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงและควันส่งผลกระทบกับตัวอาคาร ด้านมุมมองของตัวอาคารสามารถมองได้ทุกทิศทาง เนื่องจากมีถนนล้อมรอบอาคาร ส่วนที่ 3 ด้านกายภาพภายในภายนอกและสิ่งแวดล้อม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 

เอกสารอ้างอิง

Bechtel, R. B., and Srivastava, R. (1978). Post-Occupancy Evaluation of Housing. Washington D.C. : Dept of Housing and Urban Development.

Bunchuay Jindapraphan. (1993). Building and Environment Management. Bangkok : Supervisory unit, Department of Teacher Training. [in Thai].

Government Gazette. (1999). National Education Act and Environment for Learning. Vol. 116 No. 74. [in Thai].

Jirayu Kunnasuebpongpan. (2011). Students' Satisfaction towards the Environment of Phongsiriwittaya School, Chonburi Province. Chonburi: Burapha University. [in Thai].

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.

Marisa Thamma. (2002). Students' satisfaction on the environment of Burapa university, Sa Kaeo Campus. Master of Education Thesis (Education Administration) : Burapa University. [in Thai].

Naree Mitsamphan. (1980). Environment Survey of Chulalongkorn University. Bangkok : Chulalongkorn University. [in Thai].

Prachum Pongpan. (2014). Management of Environment, Learning Resources and Buildings. Ubon Ratchathani : Ubon Ratchathani Rajabhat University. [in Thai].

Subunn Ieamvijarn and Suthinee Atthakorn. (2018) “Human Resource Management Plan and Human Resource Development Plan : The Guideline of Method to Improve Higher Educational Institution in Thailand”. Journal of Research and Development Institute, Rajabhat Maha Sarakham University. 5 (1) : January-June. [in Thai].

Wijit Warutbangkoon. (2007). School Administration and Primary Education Supervision. Bangkok : Khanitha Printing. [in Thai].

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

Rakpiam, J., & Boonyued, A. P. D. S. (2019). แนวทางการพัฒนาด้านกายภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมภายในคณะมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดยใช่องค์ความรู้ด้านศิลปกรรม : กรณีศึกษาอาคาร 12 ศิลปกรรม. Journal for Developing the Social and Community, 6(1), 427–440. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/211922

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย