การพัฒนารูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9

ผู้แต่ง

  • Phraphaisarn Chinchung วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

รูปแบบประสิทธิผล, การปฏิบัติหน้าที่, เจ้าคณะตำบล, คณะสงฆ์ภาค 9

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์
(1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะตำบล
(2) เพื่อพัฒนารูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหิน้าที่ของเจ้าคณะตำบล และ
(3) เพื่อตรวจสอบยืนยันการพัฒนารูปแบบที่ได้จากการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ซึ่งระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิง ปริมาณ เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะตำบล ประชากร ได้แก่ เจ้า คณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 จำนวน 786 รูป กลุ่มตัวอย่างได้แก่ เจ้าคณะตำบลในเขต ปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 จำนวน 266 รูป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วน ประมาณค่า ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ การวิเคราะห์ สมการโครงสร้างเชิงเส้น (Structural Equation Model) กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และสหสัมพันธ์เพียรสัน (Pearson Correlation) ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผู้วิจัยได้พัฒนา รูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 แล้วนารูปแบบนั้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินผลิตรวจสอบยืนยัน (Expert Verify) และวิพากษ์ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งผู้วิจัย เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามยืนยันรูปแบบการวิจัย ซึ่งมีทั้งแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า และแบบวิจารณ์ จากนั้นได้ทำการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล นำมาเทียบเคียงกับบริบทของการวิจัย และปรับปรุงแก้ไขจนได้รูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 9 ที่สมบูรณ์ ผลการวิจัยพบว่า
(1) ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของเจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ ภาค 9 ได้แก่ ด้านการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา (พระสังฆาธิการชั้นปกครอง) ด้านความฉลาดทาง อารมณ์ในการปฏิบัติงาน ด้านการมีเหตุผลเชิงจริยธรรม และด้านความเชื่อมั่นในตนเอง
(2) ผลการพัฒนารูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 ได้ แนวทางการพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานของเจ้าคณะตำบลจำนวน 4 แนวทาง คือการพัฒนาแรงสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา (พระสังฆาธิการชั้นปกครอง) การพัฒนาความฉลาดทาง อารมณ์ การพัฒนาการมีเหตุผลเชิงจริยธรรม และการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง
(3) การตรวจสอบยืนยันการพัฒนารูปแบบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า การพัฒนารูปแบบประสิทธิผลการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าคณะต าบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9 มีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก 

เอกสารอ้างอิง

Bollen, K.A. (1989). Structural Equations with Latent Variables. New York : J. W. & Sons

Duangduen Bhanthumnavin. (1997). Beliefs and Practices in Buddhism of Thai People: Cultivating Moral Training and Quality of Life. Bangkok : Institute of Behavioral Science Research, Srinakharinwirot University Prasarnmit. [in Thai].

Joreskog, Karl G. & Sorbom. (1998). PATH ANALYSIS User’s Reference Guild. Chicago : Scientific Software International.

National Buddhism Office. (2010). Buddhism in Thailand. Bangkok : Secretariat Division. [in Thai].

Neeon Phinpadit. (2004). Psycho-Social Indicators of Work Behaviors in Policemen Under Police-Provincial 4. Bangkok : National Research Council of Thailand. [in Thai].

Nichaphat Phopang. (2007). Alternative : Psychological characteristics and situations related to ethical work behavior of government treasurers. Master thesis M.Ed. (Psychology). Bangkok : Srinakharinwirot University Prasarnmit. [in Thai].

Rawikarn Duendarw. (2003). Psychosocial factors related to safe driving behavior of Bus driver of BMTA. Journal of Psycho-Behavioral Science : Thai Behavioral System, 4 (1) : 49-82. [in Thai].

Religious Affairs Department. (2001). Sangha Administrators Guide on the topic of Sangha Administration. Secretariat of the Sangha Association, Bangkok : Religion Printing. [in Thai].

Yamane, T. (1973). Statistics An Introductory Analysis. 3th edition. New York : Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

Chinchung, P. (2019). การพัฒนารูปแบบประสิทธิผลการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าคณะตำบลในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 9. Journal for Developing the Social and Community, 6(1), 169–178. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rdirmu/article/view/211402

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย