ศึกษาการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวชายแดนกัมพูชา ลาว ไทย
คำสำคัญ:
การเสริมสร้างความเข้มแข็ง, ชุมชน, แนวชายแดนบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง ศึกษาการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวชายแดนกัมพูชา ลาว ไทย มี
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวชายแดน ขอบเขตของการวิจัย
เป็นการศึกษาการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวชายแดนกัมพูชา ลาว ไทย ได้ศึกษาวิจัย
เชิงคุณภาพ ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา เป็นการศึกษาจากเอกสาร และสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นการ
สัมภาษณ์เชิงลึกประชาชนตามแนวชายแดนของจังหวัดอุบลราชธานี กัมพูชา ลาว ได้แก่ กลุ่มผููู้้้นำชุมชน
ผู้นำภาครัฐ และประชาชนตามแนวชายแดนกัมพูชา ลาว ไทย โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบงาย จำนวน
30 คน
1.ด้านการเมืองและความมั่นคง คือดังนี้ การอยู่ร่วมกันประชาชนในพื้นที่จะดำเนินตามข้อ
บันทึกตกลงของเจ้าหน้าที่ี่ภาครัฐของทั้งสองฝ่ายอย่างเคร่งครัดมีการพูดคุยมีส่วนร่วมในการใช้พื้นที่
ตลอดเพื่อให้เกิดการดำรงอยู่ร่วมกันแบบเกื้อกูลญาติมิตรฉันพี่น้องเสมอ ซึ่งในพื้นที่ตามแนวชายแดนจะ
ปฏิบัติกฎระเบียบบันทึกข้อความของเจ้าหน้าที่ี่และทำสัญญาประชาคมร่วมกันโดยทางฝ่ายกัมพูชานั้น
จะเป็นฝ่ายทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่แก้ไขไปก่อนและรายงานผลไปส่วนกลางจึงทำให้คนในพื้นที่ไม่กล้า
ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งเพราะส่วนใหญ่คนในพื้นที่นั้นจะเป็นครอบครัวของทหารที่มาดูแลความสงบ
2. ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจ ปัญหาการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ คือแม้ประชาชนตามแนว
ชายแดนสองพื้นที่มี ประวัติศาสตร์การพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกันทั้งทาง ด้านเศรษฐกิจและสังคมมา
ต่อเนื่องยาวนาน แต่ช่องว่างระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของสองประเทศยัง คงมีอยู่ ความแตกต่างใน
สถานะทางเศรษฐกิจีนท้ำให้เกิดปัญหาตามมา และความพยายามร่วมมือของภาครัฐและเอกชนตามแนว
ชายแดนของสองประเทศมีทั้งความร่วมมือด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านการค้า ความร่วมมือด้านการ
ลงทุน และความร่วมมือด้านการขนส่ง สิ่งเหล่านี้สามารถเกื้อหนุนการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างมี
นัยสำคัญ ด้านแรงงาน ชายแดนอุบลราชธานี้มีการจัดการแรงงานกัมพูชา และลาวที่ค่อนข้างประสบ
ความสำเร็จ การจัดการแรงงานข้ามชาติในจังหวัดชายแดนอื่น ๆ3. ด้านสังคมและวัฒนธรรม วัฒนธรรมประเพณีในพื้นที่ชายแดน เช่น ประเพณีสงกรานต์ของ
ชาวบ้านสำโรง มีลักษณะพิเศษเป็นการแสดงออกถึงเรื่องของตำนาน ความเชื่อประเพณี พิธีกรรมที่
เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา-ลาว รวมถึงการละเล่นดั้งเดิมของหมู่บ้าน ปัจจุบัน
คนชายแดนยังธำรงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมในวาระพิเศษต่าง ๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวโยงกับ
พุทธศาสนาเช่น ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ตามแบบไทย กัมพูชาและ
ลาว การร่วมงานบุญตักบาตรในโอกาสสำคัญ และด้วยอุปสรรคด้านภาษาที่มีไม่มากนัก ทำให้หลาย
ครัวเรือนแต่งงานระหวางชาวกัมพูชา ชาวไทย และชาวลาว การไปมาหาสู่กันฉันญาติมิตร และการข้าม
แดนมาเรียนในฝั่งไทยแบบไปเช้าเย็นกลับุหรี่อมาร่วมกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมที่จัดในฝั่งไทยการ
ข้ามแดนที่ด่านบ้านแหลมมีความยืดหยุ่นมากขึ้น การพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยไม่ต้องการให้มีปัญหา
ขัดแย้งกัน ส่วนปัญหาของทางการไทยในพื้นที่คือการไม่สามารถสื่อสารภาษาเขมรได้
เอกสารอ้างอิง
Jumnong Adiwattasith and Saowakhon Sudsawad. (2012). The Social Development System that Leads to Human Security. Bangkok : Ministry of Social Development
and Human Security.
Office of the National Economic and Social Development Board. (2016). National Economic and Social Development Plan Vol. 8 : 1997-2001. [Online]. 2 February 2016
Seree Phongphis. (2013). Network : Commitment to the Intense Community : StrongCommunity. Bangkok : Community Enterprise Promotion Institute
Sriarun Khamtho, Sanya Kenaphoom and Soawalak Kosolkittiamporn. (2016).“Administrative Buddhist Method for Modern Public Sector” Journal of Research for Development Social and Community, Rajabhat Maha Sarakham University, 3 (3) :August– December 2016, p. 1-13
Watcharaporn Thaweekul. (2016). “New Paradigm of Rajabhat University for Local Development”. Journal of Research for Development Social and Community,Rajabhat Maha Sarakham University, 3 (3) : August– December 2016, p. 21-33
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์เป็นของผู้ประพันธ์บทความ
