การจัดการองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษา การทำขันลงหินของชุมชนบ้านบุ

ผู้แต่ง

  • กษิด์เดช เนื่องจำนงค์ Mahidol University

คำสำคัญ:

การจัดการองค์ความรู้, มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม, ขันลงหิน

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการองค์ความรู้การทำขันลงหินและเสนอแนะแนวทางการจัดการองค์ความรู้การทำขันลงหินของชุมชนบ้านบุ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3 กลุ่ม คือ 1) ผู้สืบทอด 2) ผู้นำชุมชน และ 3) คนในผลการศึกษาพบว่า ชุมชนบ้านบุมีการจัดการองค์ความรู้การทำขันลงหิน 5 กระบวนการตามกรอบแนวคิดการจัดการความรู้ กล่าวคือ 1) การบ่งชี้ความรู้ 2) การสร้างและแสวงหาความรู้ 3) การจัดเก็บและเข้าถึงความรู้ 4) การแลกเปลี่ยนความรู้ และ 5) การประยุกต์ใช้ความรู้
ซึ่งองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมการทำขันลงหินส่วนใหญ่เป็นองค์ความรู้ฝังลึก และมีมาตรการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและสร้างองค์ความรู้ ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ หนังสือ แผ่นพับ การประชุม การเสวนา การสาธิต การสนทนา การจัดนิทรรศการ เป็นต้นผลการวิจัยยังให้ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดการองค์ความรู้การทำขันลงหินของชุมชนบ้านบุ ควรมีบุคคล/หน่วยงาน เข้ามาช่วยในการจัดการองค์ความรู้ สนับสนุน ส่งเสริมในด้านต่าง อาทิ ด้านงบประมาณ
ด้านการพัฒนาต่อยอด ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนในการจัดการองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

 

 

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-11

รูปแบบการอ้างอิง

เนื่องจำนงค์ ก. (2019). การจัดการองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษา การทำขันลงหินของชุมชนบ้านบุ. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 18(2), 25–36. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/oarit/article/view/191066

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย