การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างนวัตกรและผู้ประกอบการแห่งอนาคต

ผู้แต่ง

  • อรรถพล คงรักษา คณะบริหารธุรกิจ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
  • สิทธิพัทธ์ เลิศศรีชัยนนท์ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์

คำสำคัญ:

โมเดลการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม, นวัตกร, ผู้ประกอบการ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ออกแบบและพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ที่ช่วยเสริมสร้างทักษะ สมรรถนะด้านนวัตกรรมและผู้ประกอบการ และ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของโมเดลในการพัฒนานักศึกษาสู่การเป็นนวัตกรและผู้ประกอบการ เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของกลุ่มเจเนอเรชัน Z ที่มีต่อระบบการศึกษาที่ขาดความยืดหยุ่นและการปฏิบัติจริง งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงทดลอง ใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จำนวน 50 คน ที่ไม่เคยผ่านการอบรมสตาร์ทอัพมาก่อน โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง โมเดลนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นคือ “InnoBiz Model” ซึ่งบูรณาการแนวคิดการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking แนวคิดธุรกิจแบบลีน Lean Canvas และแบบจำลองธุรกิจ Business Model Canvas ขับเคลื่อนผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 4 ขั้นตอน ได้แก่ INSIGHT, NOVELIZE, NURTURE และ OPPORTUNITY เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน (Pre-test/Post-test) แบบสัมภาษณ์และแนวทางคำถามการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Dependent Sample t-test และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีทักษะนวัตกรรมและผู้ประกอบการหลังเรียน (คะแนนเฉลี่ย 111.24) สูงกว่าก่อนเรียน (คะแนนเฉลี่ย 69.14) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลเชิงคุณภาพชี้ให้เห็นว่า ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) สามารถสร้างต้นแบบ (Prototype) นำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) และประยุกต์ใช้โมเดลธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม “InnoBiz Model” มีประสิทธิภาพในการเป็นระบบนิเวศแห่งการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างนวัตกรและผู้ประกอบการยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

สมนึก ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.

สำนักทะเบียนและประมวลผลการศึกษา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์. (2568). จำนวนนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ [เอกสารภายในไม่ได้ตีพิมพ์]. นนทบุรี: สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์.

Brown, T. (2008). Design thinking. Harvard Business Review, 86(6), 84-92.

Deloitte. (2025). Deloitte Global 2025 Gen Z and millennial survey. Retrieved Juny 8, 2026, form https://www.deloitte.com/global/en/issues/work/genz-millennial-survey.html.

ECMC Group. (2022, May 18). National study finds high schoolers keenly aware of current in-demand jobs, impacting education choices after graduation. PR Newswire. Retrieved Juny 8, 2026, form https://www.prnewswire.com/.

news-releases/national-study-finds-high-schoolers-keenly-aware-of-current-in-demand-jobs-impacting-education-choices-after-graduation-301549389.html.

Maurya, A. (2012). Running lean: Iterate from plan A to a plan that works (2nd ed.). USA: O'Reilly Media.

Neck, H. M., & Greene, P. G. (2011). Entrepreneurship education: Known worlds and new frontiers. Journal of Small Business Management, 49(1), 55-70.

Osterwalder, A., & Pigneur, Y. (2010). Business model generation: A handbook for visionaries, game changers, and challengers. New York: John Wiley & Sons.

Rasmussen, E. A., & Sørheim, R. (2006). Action-based entrepreneurship education. Technovation, 26(2), 185-194.

Wheaton, C. (2022). The impact of digital marketing on modern startups. Journal of Business Strategies, 15(3), 45-60.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-25

รูปแบบการอ้างอิง

คงรักษา อ., & เลิศศรีชัยนนท์ ส. (2026). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างนวัตกรและผู้ประกอบการแห่งอนาคต. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 15(5), 71–85. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/303021