ประชาคมเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย
คำสำคัญ:
ประชาคม, พลเมือง, ประชาธิปไตยบทคัดย่อ
บทความนี้นำเสนอ พลเมืองที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย คือ ระบอบประชาธิปไตยประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องสร้างให้ประชาชนมีความเป็นพลเมืองที่สามารถปกครองตนเองได้ โดยมีหลักการพื้นฐานในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การเคารพสิทธิ เสรีภาพ และกฎกติกาที่เป็นธรรมในสังคมประชาธิปไตย มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยโดยต้องตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเอง หน้าที่ของปวงชนชาวไทย ได้แก่ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ป้องกันรักษาผลประโยชน์ชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย การศึกษาภาคบังคับ รับราชทหาร ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติอย่างอิสระ อนุรักษ์คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เสียภาษีอากร และไม่สนับสนุนการทุจริต ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยมีลักษณะความเป็นพลเมืองที่ดีตามวิถีประชาธิปไตย มีอิสรภาพพึ่งตนเองได้ ความเท่าเทียมกัน ยอมรับความแตกต่าง เคารพสิทธิผู้อื่น รับผิดชอบต่อสังคม เข้าใจระบอบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย และให้ยึดมั่นในหลักการทางประชาธิปไตยในการดำรงชีวิตตามกฎหมาย ความเป็นพลเมืองที่ดีจะต้องไม่เฉื่อยชา การส่งเสริมหลักการเหล่านี้จะช่วยให้ประชาชนสามารถปกครองตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กฤตธี โอบอ้อม และคณะ. (2566). กระบวนการเสริมสร้างสำนึกความเป็นพลเมือง และแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างสำนึกความเป็นพลเมือง. The New Viridian Journal of Arts, Humanities and Social Sciences, 3(2), 50-61.
ณัฏฐพล บุณยพิพัฒน์. (2562). ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทย (พ.ศ. 2475-ปัจจุบัน) : ข้อสังเกตในเชิงทฤษฎี. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ทสมล ชนาดิศัย. (2557). อัจฉริยะ 100 หน้า หน้าที่พลเมือง. กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล. (2555). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง. กรุงเทพฯ: นานมีบุคศ์พับลิชั่นส์.
______. (2558). การศึกษาเพื่อสร้างพลเมือง (Civic Education). กรุงเทพฯ: บริษัท นานมีบุ๊คพับลิเคชั่น.
ปลื้มจิต ลาภอุดมเลิศ และปาริชาติ ชุมพงศ์. (2568). ความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย : ศึกษากรณีการพัฒนาทิศทางประชาธิปไตยในอนาคตตามแนวพุทธ. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 3(1), 21-33.
ภักดี โพธิ์สิงห์ และกมลทิพย์ ตรีเดช. (2562). รูปแบบการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมจิตสำนึก ความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยสำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ภาสุดา ภาคาผล และมนังค์ อังควาณิช. (2560). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้กิจกรรมบริการสังคม เพื่อสร้างความเป็นพลเมืองในวิถีประชาธิปไตย. วารสารวิชาการ Veridian E-Journal กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(3), 975-990.
ยุทธพร อิสรชัย. (2566). การออกเสียงประชามติ (Referendum). สืบค้น 16 สิงหาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/rQdcs
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 13.
รณชัย โตสมภาค. (2560). ประชาธิปไตย. สืบค้น 16 สิงหาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/e1b7K
วิชัย ตันศิริ. (2547). วัฒนธรรมทางการเมืองและการปฏิรูป (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: บริษัทสุขุม และบุตรจำกัด.
สัมพันธ์ รอดพึ่งครุฑ และคณะ. (2564). จิตสำนึกความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. วารสารวิชาการ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์, 8(2), 153-165.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. (2565). คู่มือประชาชน “พลเมืองคุณภาพ”. สืบค้น 16 สิงหาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/LJ3Wf
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2555). พลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
______. (2556). พื้นฐานความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2543). การเมืองของพลเมืองสู่สหัสวรรษใหม่. กรุงเทพฯ: โครงการ จัดพิมพ์ คบไฟ.
Hoskins, B. et al. (2006). Measuring Active Citizenship in Europe. Ispra: European Commission Institute for the Protection and Security of the Citizen.
Westheimer, J. & Kahne, J. (2004). What Kind of Citizen? The Politics of Educating for Democracy. American Educational Research Journal, 41(2), 237-269.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

