พหุวัฒนธรรม ไทย-ชวา สู่นาฏกรรมสร้างสรรค์รำลงสรงชุด ปราบูณุอสูรแต่งตัว
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสรรค์การแสดงชุด “ปราบูณุอสูรแต่งตัว” ด้วยการผสมผสานนาฏศิลป์ไทยกับนาฏศิลป์ชวา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์ชวา แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) นำมาสู่แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่า การแสดงชุด “ปราบูณุอสูรแต่งตัว” เป็นนาฏศิลป์สร้างสรรค์ที่มีการผสมผสานนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์ชวาเข้าด้วยกันอย่างสมดุลในทุกองค์ประกอบ โดยนำเสนอในรูปแบบละครรำที่มีแนวคิดมาจากการรำลงสรงทรงเครื่องในนาฏศิลป์ไทยและนาฏศิลป์ชวา ตัวละครหลักคือ ปราบูณุอสูร กษัตริย์ยักษ์ผู้สง่างามที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อเตรียมยกทัพไปชิงตัวผู้หญิงที่ตนรัก ตามบทละครรำหน้ากากเรื่องปันหยี การแสดงแบ่งเป็นขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การรำลงสรงด้วยเพลงลงสรงโทนแทรกสร้อยช้าโหย และการรำกริชด้วยเพลงสะระหม่า ซึ่งเป็นการนำเอกลักษณ์การใช้กริชเป็นอาวุธประจำกายของนาฏศิลป์ชวามาปรับใช้กับตัวยักษ์ในนาฏศิลป์ไทย การออกแบบดนตรีที่นำเครื่องดนตรีบางชนิดของวงกาเมลันมาบรรเลงผสมผสานกับเครื่องดนตรีของไทย และการออกแแบบเครื่องแต่งกายที่นำอัตลักษณ์ของเครื่องแต่งกายของนาฏศิลป์ชวามาสอดแทรกไว้ในเครื่องแต่งกายยืนเครื่องของนาฏศิลป์ไทย ทำให้เกิดการแสดงชุดใหม่ที่มีการผสมผสานกันระหว่างศาสตร์ 2 ศาสตร์ การแสดงชุดนี้จึงมีรูปแบบการแสดงที่มีลักษณะผสมผสานข้ามวัฒนธรรม ซึ่งยังไม่ปรากฏการแสดงใดที่ผสมผสานการรำลงสรงของยักษ์ไทย-ชวาแบบองค์รวมเช่นนี้มาก่อน ผลจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการศึกษาค้นคว้าการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ สำหรับผู้ที่สนใจในการสร้างสรรค์งานต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความรู้ใด ๆ ตลอดจนข้อคิดเห็นใด ๆ เป็นของผู้เขียนแต่ละท่านโดยเฉพาะ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และกองบรรณาธิการวารสารมนุษยศาสตร์ฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
เอกสารอ้างอิง
Jatuthasri, T. (2009). Inao of King Rama II: The making of the Panji cycle into a masterpiece of Thai court drama literature [Doctoral dissertation, Chulalongkorn University]. CUIR. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/59107
Kediribertutur. (2017, February 3). Melihat makna gaya rambut pendek Panji Asmorobangun. https://kediribertutur.wordpress.com/2017/02/03/melihat-makna-gaya-rambut-pendek-panji-asmorobangun/
Saisunee, K. (2022). Long Song Natadontree: Creative dance of Long Song from Thai classical dance - drama to Li-kay. Bunditpatanasilpa Institute. https://media.bpi.ac.th/admin/attach/w2/f20231109152314_nTuZsXqMnJ.pdf
Saisunee, K., Vingvorn, S., & Chansuwan, S. (2022). Katayani dance drama: A dramatic creation inspired by Indian Bharatanatyam and Thai classical dance. Journal of Studies in the Field of Humanities, Kasetsart University, 30(1), 1-19. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/abc/article/view/255612
Sooksom, V. (2002). Long Song tone: Dance patterns in Lakhon Nai-Inao [Master’s thesis, Chulalongkorn University]. CUIR. http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/5138
Vadetya, M. (2023, August 26). Peternakan era majapahit, untuk kebutuhan pertanian hingga tunggangan perang. Jawa Pos Radar Mojokerto. https://radarmojokerto.jawapos.com/sejarah-mojopedia/822881694/peternakan-era-majapahit-untuk-kebutuhan-pertanian-hingga-tunggangan-perang
Vanessa, A. D. R., & Candraningrum, D. (2023). Teaching multiculturalism to fight against racism in The Freedom Writer by Richard LaGravenese. Jurnal Ilmiah Mandala Education, 9(3), 1782-1792. https://doi.org/10.58258/jime.v9i3.5509
Virulrak, S. (2004). Lak kan sadaeng nat ya sin parithat [Principles of performing arts presentation]. Chulalongkorn University Press.