รูปแบบการบริการสุขภาพที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย ในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน

Main Article Content

รุ่งโรจน์ สงสระบุญ

บทคัดย่อ

 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยการบริการสุขภาพที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย ในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน (2) เพื่อค้นหารูปแบบการบริการสุขภาพที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ป่วยในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ป่วยนอกที่ใช้บริการในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน จำนวน 880 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน สถิติที่ทดสอบสมมติฐานประกอบด้วยสถิติวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล และสถิติวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัย พบว่า (1) รูปแบบการบริการสุขภาพที่มีผลต่อความ   พึงพอใจของผู้ป่วย ในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชนประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยด้านการบริการสุขภาพที่สำคัญมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านการต้อนรับของแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน รองลงมา ได้แก่ ปัจจัยการบริการทางการแพทย์ตามลำดับ (2) ปัจจัยความพึงพอใจของผู้ป่วย ในแผนกอายุรกรรมกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในด้านการกลับมาใช้บริการซ้ำมากที่สุด

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
สงสระบุญร. (2020). รูปแบบการบริการสุขภาพที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ป่วย ในแผนกอายุรกรรมโรงพยาบาลเอกชน. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 1(3), 169-180. ืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/247917
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กัลยา วาณิชบัญชา. (2557). การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง SEM ด้วย AMOS. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2557). ข้อมูลรายบริษัทหลักทรัพย์. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2557. จาก http://www.set.or.th/set/

เยาวภา ปฐมศิริกุล. (2552). กลยุทธ์การตลาดบริการสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย

(ดุษฎีนิพนธ์หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.

สิทธิ์ ธีรสรณ์. (2550). เทคนิคการเขียนรายงานวิจัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2557). จำนวนประชากรและจำนวนโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2557. จาก http://service.nso.go.th/

Assale. (1998). Consumer and marketing action. (6th ed.). Ohio: South-Western College Publishing.

Brown and Swartz. (1989). A Gap Analysis of Professional Service Quality. Journal of Marketing, 53, 92-98.

Farid, F. (2008). Development of a Model for Healthcare Service Quality: An Application to the Private Healthcare Sector in Egypt(Ph.D. Thesis). Maastricht School of Management. Netherlands.

Frederick, H. (1959). The motivation of work. New York: John Wiley & Sons.

Lovelock. (2007). Service Marketing. (6th ed.). New Jersey: Prentice Hall.

Panjakajornsak. (2008). A Comprehensive Model Service Loyalty in the Context of Thai Private Hospitals(Ph.D. Thesis). Eastern Asia University. Thailand.

Zeithaml and Bitner. (2000). Service Marketing: Integrating Customer Focus Across Firms. USA: McGraw Hill Companies.