Competency Development of Employees in the Manufacturing Industry Group In Tak Province
Keywords:
Competency Development, Employees, Manufacturing IndustryAbstract
The objectives of this research were to: (1) investigate the level of competency development among employees in the manufacturing sector in Tak Province; (2) compare the competency development of employees based on personal factors; (3) examine the factors influencing competency development; and (4) explore the relationship between internal organizational factors and employee competency development. The sample group consisted of 396 employees working in the manufacturing industry in Tak Province. A questionnaire was employed as the research instrument. Data were analyzed using descriptive statistics including percentage, mean, and standard deviation, as well as inferential statistics such as Independent Sample T-Test, One-Way ANOVA, and Multiple Regression Analysis.
The research findings revealed that: 1) the majority of the respondents were female, aged between 31–40 years, held educational qualifications below the bachelor's degree level, had less than 5 years of work experience, and earned a monthly income between 10,001 and 15,000 baht; 2) overall, the level of competency development was rated at the highest level (=4.25, S.D.=0.54) 3) internal organizational factors were found to have a statistically significant influence on employee competency development at the α = 0.05 level. and 4) there was a strong positive correlation between internal organizational factors and competency development, with a correlation coefficient (r) of 0.843, which was statistically significant at the 0.01 level.
References
Hofstede, G. (1980). Culture consequences : International differences in work – relate values. Beverly Hills, California: Sage.
Pettigrew, P. (1979). On studying organizational cultures. Administrative Science Quarterly, 24(4), 570-581.
Tobin, D. (2008). The AMA guide to management development. New York : AMACOM.
ณัฐณิชา หล่อประดิษฐ์. (2564). ความสุขในการทำงานที่ส่งผลต่อสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
นริศ มหาพรหมวัน. (2561). รูปแบบสมรรถนะผู้นำโรงเรียนเอกชนสู่มาตรฐานสากล. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ประชัน หันชัยเนาว์. (2561). กลยุทธิ์การพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการสร้างขีดความสามารถ การแข่งขันในการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ไทยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเขียน. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
วิลาวัลย์ ขาวลมัย. (2566). ความสุขในการทำงาน ที่มีผลต่อสมรรถนะหลักในการปฏิบัติงานของข้าราชการธุรการ สำนักงานอัยการจังหวัด ในสังกัดสำนักงานอัยการภาค 2. รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย. (2566). อุตสาหกรรมการผลิต. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: https://fti.or.th/AboutUs/industrygroup?lang=TH#
สำนักงานแรงงานจังหวัดตาก. (2566). สถานการณ์แรงงานจังหวัดตาก ไตรมาส 1/2566. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: https://tak.mol.go.th/labor_statistics
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). อุตสาหกรรมการผลิต. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: https://www.nesdc.go.th/main.php?filename=index
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2566). แรงงาน. (ออนไลน์). สืบค้นจาก: http://legacy.orst.go.th/?knowledges=แรงงาน
สิรภพ กุดสระ. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์กรและพลังเสริมสร้างด้านจิตใจในนักฟุตบอลอาชีพไทย. วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนกรราชสีมา.
อาภรณ์ ภู่วิทยาพันธุ์. (2560). Competency Dictionary. กรุงเทพมหานคร : เอช อาร์ เซ็นเตอร์.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์