The Development of Creativity and Satistaction on Learning introductory Aesthetics course using CIPPA model of the 2nd year students at Nakhonratchasima College
The Development of Creativity and Satistaction on Learning introductory Aesthetics course using CIPPA model of the 2nd year students at Nakhonratchasima College
Keywords:
Creativity, CIPPA MODEL, SatisfactionAbstract
The objectives of this research were to 1) compare the creativity of second year students at Nakhon Ratchasima College. Using the CIPPA model management Between before and after studying the introductory aesthetics course. 2) Study satisfaction with studying the course in introductory aesthetics. Using CIPPA learning management for second-year students at Nakhon Ratchasima College, 4 plans that are most appropriate. 2) Creativity measurement test using CIPPA learning management, 3 sets, used in pre-class and post-class tests. with the IOC creativity index value between 0.80-1.00 has a confidence value of 0.95 3) Questionnaire on satisfaction with CIPPA learning management of second year students at Nakhon Ratchasima College. with confidence equal to 0.97. The sample group was second year undergraduate students at Nakhon Ratchasima College. The sample group was 20 second year undergraduate students at Nakhon Ratchasima College, semester 1 academic year 2022, who were enrolled in the course 0001214 Basic Aesthetics, which was obtained using the non-parametric statistical sampling method. (Non-parametric Statistics) Statistics used in data analysis include mean, standard deviation. and independent t-tests.
The results were as follows:
1. Creativity of second year students at NakhonRatchasima College in the course of introductory aesthetics by using CIPPA Model management After learning was higher than before learning at statistical significance at the .05
2. Satisfaction of second year students at NakhonRatchasima College available in the introductory aesthetics course by using CIPPA Model management Overall, it was at the most appropriate level
References
ไกรษร ประดับเพชร. (2561). ความพึงพอใจ. งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. ปีงบประมาณ 2561.
ทิศนา แขมมณี. (2556). ศาสตร์การสอน:องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มี.ประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่17. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นรรัชต์ ฝันเชียร. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้โมเดล ซิปปาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชาสุขศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1วิทยานิพนธ์,การศึกษาตามหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ 2561.
ปิยฉัตร ศรีสุราช. (2561). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 วิทยานิพนธ์.หลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 2561.
ปภาวรินท์ ณ พัทลุง. (2564). การอนุรักษ์และพัฒนานาฏยศิลป์ของภาควิชานาฏยศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปีที่ 18 ฉบับที่ 1 (2021): วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น 2564:422
ประวิทย์ ฤทธิบูลย์. (2560). การพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏศิลป์ไทย โดยใช้โมเดลซิปปาได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านนาฏศิลป์ไทย โดยใช้โมเดลซิปปา วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะปีที่ 18 ฉบับที่ 2 (2017): มกราคม - มิถุนายน 2560.
พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2555). วิธีการวิจัยทางการศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง.
ภัททิรา เงาะลำดวน. (2560). การพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์ท่ารำประกอบบทเพลงด้วยการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยใช้รูปแบบซิปปา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 วิทยานิพนธ์.คณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ.
อภิชาติ เนินพรหม. (2559). ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบกระบวนการเรียนการสอนเพื่อ เสริมสร้างความสามารถทางการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ มหาวิทยาลัยบูรพามิถุนายน 2559.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์