The Classroom Research Planning Competency and Satisfaction Using Flipped Classroom of Graduate Students
The Classroom Research Planning Competency and Satisfaction Using Flipped Classroom of Graduate Students
Keywords:
Research and Learning Innovation Development, Flipped Classroom, Classroom Research Planning Competency , SatisfactionAbstract
The purposes of this research were; 1) to compare the classroom research planning competency and criteria with 80 percentage of full score using flipped classroom of graduate students and 2) to study the satisfaction on the classroom research planning using flipped classroom of graduate students. This is pre-experimental research, the one-group post-test only design with Google Meet Program and Line Group. The experimental group were 14 students from Master of Education Program in Curriculum and Instruction student, Faculty of Education Nakhonratchasima College, academic year 2022 by using cluster selection. The instruments were; 1) teaching management plan, 2) knowledge document on a classroom research plan, 3) power point for briefing, 4) practice form a classroom research plan, 5) assignment form with scoring rubric, 6) oral presentation assessment form, 7) satisfaction questionnaire and 8) recording form. The data analysis statistic were; percentage, mean, standard deviation, Shapiro-Wilk test, t-test (one sample), and content analysis.
The results were as follows; 1) the classroom research planning competency using flipped classroom of graduate students higher than criteria at the statistical significance level of 0.05, 2) the satisfaction on the classroom research planning using flipped classroom of graduate students at most level passed the criteria at mean 3.51, a high level.
References
กรวรรณ สืบสม และ นพรัตน์ หมีพลัด. (2560). “การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) ด้วยการบูรณาการการเรียนการสอนรายวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียผ่าน Google Classroom”. สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. 6(2), 118-127.
กิตติพงษ์ พุ่มพวง และ ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์. (2559). “การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนแบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนิสิตระดับอุดมศึกษา”. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 20(2), 1-11.
ชนิสรา เมธภัทรหิรัญ. (2560). “ห้องเรียนกลับด้าน (Flipped Classroom) กับการสอนคณิตศาสตร์”. นิตยสาร สสวท. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 46(209). 20-22.
ชบาพร พิมวัน. (2563). การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับสืบเสาะหาความรู้ (5E)ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมบัติของสารพันธุกรรมและมิวเทชัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ฐานิตา ลิ่มวงศ์ และ ยุพาภรณ์ แสงฤทธิ์. (2562). “ห้องเรียนกลับด้าน : การเรียนรู้แนวใหม่สำหรับศตวรรษที่21”. วารสาร Mahidol R2R e-Journal. 6(2). 9-17.
ณัฐพร สุดดี. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเกมพลศึกษาตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านผ่านเว็บไซต์สำหรับนิสิตครู. รายงานการวิจัย. กรุงเทพฯ : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พิชิต ฤทธิ์จรูญ. (2559). เทคนิคการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง และ อธิป จิตฤกษ์. (2561). ทักษะแห่งอนาคตใหม่ การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21. (ออนไลน์). สืบค้นจาก : https://miwnavarat.wordpress.com. (12 มีนาคม 2564).
วิทยาลัยนครราชสีมา. (2562). หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ. 2562). นครราชสีมา : คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา.
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (21 พฤษภาคม 2556). “ห้องเรียนกลับทาง : ห้องเรียนมิติใหม่ในศตวรรษที่ 21”. ใน เอกสารประกอบการประชุมผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 ณ ห้องประชุมเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 2 (ส่วน 2) เมื่อ 21 พฤษภาคม 2556. 10 หน้า.
สุพัตรา อุตมัง. (2558). “แนวคิดห้องเรียนกลับด้าน : ภาพฝันที่เป็นจริงในวิชาภาษาไทย”. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์. 16(1). 51-58.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์