แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา , ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน , โรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 และ (2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 โดยการวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากการเทียบตารางของเครจซี่และมอร์แกน โดยใช้วิธีการเลือกแบบจาะจง และการสุ่มแบ่งชั้นภูมิ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวนทั้งสิ้น 210 คน จำแนกเป็นผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 18 คน และครูผู้สอน จำนวน 198 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีลักษณะเป็นแบบตอบสนองคู่ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้ออยู่ระหว่าง 0.35-0.87 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้เทคนิค Modified Priority Needs Index : (PNImodified) ในการจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นและวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า (1) สภาพปัจจุบันของการพัฒนาการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.04) และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ( = 4.03) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ( = 4.05) (2) สภาพที่พึงประสงค์การดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.85) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ( = 4.84) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ( = 4.83) (3) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 โดยรวมเท่ากับ 0.175 เรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล, ด้านการคัดกรองนักเรียน, ด้านการส่งต่อ, ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน และ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา ตามลำดับ (4) แนวทางพัฒนาการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนประถมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 มีทั้งหมด 5 ด้าน 15 แนวทาง ได้แก่ 1) ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 3 แนวทาง 2) ด้านการคัดกรองนักเรียน จำนวน 3 แนวทาง 3) ด้านการส่งเสริมพัฒนานักเรียน จำนวน 3 แนวทาง 4) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา จำนวน 3 แนวทาง และ 5) ด้านการส่งต่อ จำนวน 3 แนวทาง มีความเหมาะสมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( =4.86, S.D.=0.32) และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.97, S.D.=0.17)
เอกสารอ้างอิง
ขวัญเนตร มูลทองจาด. (2564). การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน. วัดอุดมรังสี. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นาภู่, พิชาพงศ์; ดวงชาทม, กฤษกนก.(2565). แนวทางการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสาคาม.
นิษฐา กลิ่นเอี่ยม. (2561). สภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนวัดป่างิ้ว สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น.
ปรมาภรณ์ สนธิ.(2560).แนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนระดับประถมศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต.(ศึกษาศาสตร์).มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ปุญชรัศมิ์ พันธุวัฒน์ (2560).การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมสังกัดสำนักงานเขตมัธยมศึกษาเขต 3 จังหวัดนนทบุรี.มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
แพรพลอย พัฒนะแสง. (2565). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พรเพ็ญ จิระณัฐวีรกุล,นุชนรา รัตนศิระประภา.(2562).การดำเนินงาน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย.วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร ,12(2),35-49
รองรัตน์ ทองมาลา.(2558). การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ตามทัศนะของผู้บริหารและครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี.ลพบรี.มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ภูษณิศา ม่วงเกษม. (2562). สภาพที่เป็นจริงและสภาพที่พึงประสงค์ของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. ปทุมธานี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต.
สุภัสสร สุริยะ.(2562).การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดกรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต.บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยสยาม.
อรวรรณ ล่องลือฤทธิ์. (2560). คู่มือการปฏิบัติงานพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน คู่มือการปฏิบัติงาน.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์