การศึกษาปัจจัยของการยอมรับเทคโนโลยีการเกษตรตามมาตรฐาน GAP และผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว: กรณีเกษตรกรในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
คำสำคัญ:
ประสิทธิผล, ผลผลิตมะพร้าว , การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3) เพื่อศึกษาการผลิตมะพร้าวตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 4) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของมะพร้าว ของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 5) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยส่วนบุคคล ระดับการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวทางการเกษตรที่ดี (GAP) การผลิตมะพร้าวตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของมะพร้าวของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ประชากร คือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 400 คน สุ่มตัวอย่างโดยใช้ความสะดวก (Convenience Sampling) จำนวน 400 คน สุ่มตัวอย่างตามสูตร ทาโร่ ยามาเน่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ใช้สถิติเชิงพรรณนา และทดสอบสมมุติฐานด้วยการวิเคราะห์ตัวแบบเชิงเส้นนัยทั่วไป General Linear Model (GLM)
ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคลมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 บ่งชี้ว่าปัจจัยส่วนบุคคล บางด้านมีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าวโดยพบว่า อายุ (P=0.006) มีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เพศ (P=0.186) การศึกษา (P=0.596) จำนวนแรงงานในครอบครัว (P=0.864) รายได้จากช่องทางอื่นๆ (P=0.264) จำนวนพื้นที่ปลูกมะพร้าว (P=0.644) การปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP (P=0.878) ไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว 2) การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(GAP) มีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 บ่งชี้ว่าการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) บางด้านมีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว โดยพบว่า การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตด้านการยอมรับด้านพื้นที่ (P=0.022) การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตด้านการยอมรับในการใช้วัตถุอันตราย (P=0.002) การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตด้านการยอมรับการจัดการกระบวนการผลิต (P=0.026) การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตด้านการยอมรับด้านการบันทึกข้อมูล (P=0.040) มีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การยอมรับเทคโนโลยีการผลิต ด้านการยอมรับด้านแหล่งน้ำ (P=0.614) และการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตด้านการยอมรับด้านการเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติ หลังการเก็บเกี่ยว (P=0.421) ไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อการส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว3) การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(GAP) และการปฏิบัติงานตามรูปแบบการผลิตมะพร้าวตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) มีผลโดยรวมมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ค่า Adjusted R Squared อยู่ที่ 0.170 แสดงให้เห็นว่าการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตผลผลิตมะพร้าวตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(GAP) (P=0.003) ส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว และการปฏิบัติงานตามรูปแบบการผลิตมะพร้าวตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) (P=0.479) ไม่ส่งผลต่อประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าว สามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิผลของผลผลิตมะพร้าวได้ร้อยละ 17
เอกสารอ้างอิง
Choomnirat, R., & Ritthidach, P. (2023). Relationship between operational efficiency and firm value of the listed companies in Thailand sustainability investment. University of the Thai Chamber of Commerce Journal Humanities and Social Sciences, 43(2), 39–60.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing (5th ed.). Harper & Row.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340.
Udomthanasansakul, P. (2022). The relationship between corporate social responsibility, corporate reputation and competitive advantage factors of small and medium enterprises. University of the Thai Chamber of Commerce Journal Humanities and Social Sciences, 42(3), 169–185.
ชญาภรณ์ นันท์นฤมิตร. (2566). การวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบัค. วารสารสังคมศาสตร์การศึกษา, 18(2), 22–30.
ณัฐวุฒิ จั่นทอง อัณธิกา เสงี่ยมใจ และ พหลศักดิ์ คะทัศน์. (2566). การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกล้วยหอมตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) ของเกษตรกรในเขตภาคกลางตอนบน. วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร, 40(1), 150–160.
ณัฐวุฒิ จั่นทอง และ พหล ศักดิ์คะทัศน์. (2561). ศึกษาการยอมรับการผลิตข้าวโพดตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรในจังหวัดอ่างทอง. วารสารวิจัยและส่งเสริมวิชาการเกษตร, 35(3), 53–62.
นนิดา คุปต์กาญจนากุล. (2524). การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตยางพาราของเกษตรกรในอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
มณฑิรา สังขจร พนามาศ ตรีวรรณกุล และ พัฒนา สุขประเสริฐ. (2564). ความเป็นไปได้ในการผลิตขมิ้นชันตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกร อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมการเกษตร, 52(2), 107–117.
สำนักงานเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์. (2566). รายงานสถิติการผลิตมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2566. สำนักงานเกษตรจังหวัด.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เขต 10. (2556). รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจเกษตรภาคใต้ตอนบน. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.
สุภาพร อินดำ. (2531). การจัดการสวนมะพร้าวของเกษตรกรในตำบลโรงเข้ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
หทัยชนก ปังคานนท์. (2566). การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามด้วยวิธี IOC. วารสารวิจัยการศึกษา, 20(1), 34–45.
วราภรณ์ โฉมงาม. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรผู้ปลูกผักชีฝรั่งในจังหวัดนครสวรรค์. Princess of Naradhiwas University Journal, 13(2), 354–371.
คุณัชญ์ มีผดุง และ กนกวรรณ จันทร์เจริญชัย. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย: กรณีศึกษาลำไย จังหวัดลำพูน. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 5(4), 29–38.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์