การประเมินหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2558) คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา
คำสำคัญ:
คำสำคัญ: การประเมินหลักสูตร, รูปแบบการประเมินแบบ CIPP, สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2558) 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2558) กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 63 คน ในปีการศึกษา 2561 ใช้การประเมินรูปแบบ CIPP ที่มีมิติการประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบริบท ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินหลักสูตร แบบประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู แบบประเมินคุณลักษณะของนักศึกษาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู แบบสอบถามความพึงพอใจต่อหลักสูตร แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการบริหารหลักสูตร และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัย พบว่า
- ผลการประเมินหลักสูตรโดยภาพรวม ด้านบริบทอยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นไม่สอดคล้องกัน ด้านปัจจัยนำเข้า อยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน ด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน และด้านผลผลิต 1) ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู อยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน 2) คุณลักษณะของนักศึกษาในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู อยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน 3) ความพึงพอใจต่อหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน (พ.ศ. 2558) อยู่ในระดับมากและมีความคิดเห็นสอดคล้องกัน
เอกสารอ้างอิง
นิธิดา อดิภัทรนันท์. (2560). “การประเมินหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรการสอนและเทคโนโลยีการเรียนรู้ แขนงวิชาการสอนภาษาอังกฤษ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่”. Veridian E-Journal, Silpakorn University (ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ). 10(1) (มกราคม–เมษายน 2560). หน้า 709-720.
สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). มาตรฐานการอุดมศึกษาและเกณฑ์มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ภาพพิมพ์.
Alkin, M. C.. (2004). Evaluation Roots : Tracking Theorists’ Views and Influences. Thous and Oaks, CA : Sage.
Felix, J. L.. (1979). “Research and evaluation to Improve Instruction : The Cincinnati Strategy”. Educational Evaluation & Policy Analysis. 1(2), 57–62.
Matthews, J. M., & Hudson, A. M.. (2001). “Guidelines for Evaluating Parent Training Projects”. Family Relations. 50(1), 77–86.
Nicholson, T.. (1989). “Using the CIPP Model to Evaluate Reading Instruction”. Journal of Reading. 32(4), 312–318.
Ornstein, A. C. and Hunkins, F. P.. (2014). Curriculum Foundations, Principles, and Issues. (6th Ed.). USA : Pearson Education Limited.
Saylor, J. G. and Alexander, W. M.. (1974). Planning Curriculum for Schools. New York : Holt, Rinehart and Winston.
Stufflebeam, D. L. and others. (1971). Educational Evaluation and Decision Making. Itasca : Ill Peacock Inc.
Zhang, G., Zeller, N., Griffith, R., Metcalf, D., Williams, J., Shea, C., and Misulis, K.. (2011). “Using the Context, Input, Process, and Product Evaluation Model (CIPP) as a Comprehensive Framework to Guide the Planning, Implementation, and Assessment of Service-learning Programs”. Journal of Higher Education Outreach and Engagement. 15(4), 57-84.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์