การศึกษาโปรแกรมพัฒนาศักยภาพสมองที่บ้านฉบับดัดแปลงในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น

Main Article Content

โสรญา จันทรภักดี
ศรวัส แสงแก้ว
นิศาชล ทองคำ

บทคัดย่อ

ที่มา: ปัจจุบันอุบัติการณ์ของภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้นเพิ่มสูงขึ้น คลินิกผู้สูงอายุโรงพยาบาลหาดใหญ่ได้พัฒนารูปแบบกิจกรรมกระตุ้นสมรรถภาพสมองที่ดัดแปลงจากคู่มือพัฒนาศักยภาพสมองในผู้ที่มีการรู้คิดบกพร่องเล็กน้อยสำหรับประชาชนที่ลดทอนความซ้ำซ้อนของเนื้อหา แต่ครอบคลุมการกระตุ้นสมองทั้ง 4 ด้าน ในช่วงระยะเวลา 12 สัปดาห์ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพสมองฉบับดัดแปลงในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น


รูปแบบวิจัย: Randomize-controlled trial


วัสดุและวิธีการ: ศึกษาในผู้มีสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้นอายุ 60 ปีขึ้นไป จากคลินิกสูงอายุโรงพยาบาลหาดใหญ่ จำนวน 40 คน สุ่มแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับคู่มือการฝึกและกลุ่มที่ได้รับการดูแลแบบปกติ วัดการเปลี่ยนแปลงผลจากการประเมินพุทธิปัญญาโดยใช้เครื่องมือ Montreal Cognitive Assessment (MoCA) ที่ 3 และ 6 เดือน


ผลการศึกษา: กลุ่มที่ได้รับคู่มือฝึกมีผล MoCA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่ามีผลเพิ่ม attention สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการดูแลแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญที่ระยะ 3 เดือน อีกทั้งมีผลเพิ่มสมรรถภาพสมองในด้าน memory, abstract, visuospatial/executive, orientation อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมกิจกรรม


สรุป: การใช้คู่มือพัฒนาศักยภาพสมองฉบับดัดแปลงและการดูแลแบบปกติมีผลเพิ่มสมรรถ-ภาพสมองอย่างมีนัยสำคัญที่ระยะ 3 และ 6 เดือน โดยการได้รับคู่มือฝึกมีผลเพิ่ม attention ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการดูแลแบบปกติที่ระยะ 3 เดือน


คำสำคัญ: โปรแกรมพัฒนาศักยภาพสมอง สมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น ผู้สูงอายุ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
จันทรภักดี โ, แสงแก้ว ศ, ทองคำ น. การศึกษาโปรแกรมพัฒนาศักยภาพสมองที่บ้านฉบับดัดแปลงในผู้สูงอายุที่มีภาวะสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น. PCFM [อินเทอร์เน็ต]. 26 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 13 มกราคม 2026];8(6). available at: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/PCFM/article/view/282117
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

American Psychiatric Association, editor. Diagnostic and statistical manual of mental disorders: DSM-5-TRTM. Fifth edition, text revision. Washington, DC: American Psychiatric Association Publishing; 2022. p. 680-1.

ชัชวาล รัตนบรรณกิจ. ภาวะปริชานบกพร่องบกพร่องเล็กน้อย. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. 2566. [เข้าถึงเมื่อ 14 ธันวาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1558

Alzheimer’s Association. 2024 Alzheimer’s Disease Facts and Figures [Internet]. 225 N. Michigan Ave., Fl. 17 Chicago; 2024 [cited 2024 Mar 1]. Available from: https://www.alz.org/media/Documents/alzheimers-facts-and-figures.pdf

National institute on Aging (NIA). National institutes of health. 2021 [cited 2024 Nov 18]. What Is Mild Cognitive Impairment? Available from: https://www.nia.nih.gov/health/memory-loss-and-forgetfulness/what-mild-cognitive-impairment

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุุข. แนวทางเวชปฏิบัติภาวะสมองเสื่่อม [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 15 ธันวาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://neuronetworks.org/?p=3217

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการพัฒนาศักยภาพสมองของผู้ที่มีปัญหา ความจำบกพร่องระยะต้นสำหรับประชาชนทั่วไป [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 15 ธันวาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก:: http://agingthai.dms.go.th/agingthai/wp-content/uploads/2020/04/edit-03122020-5.pdf

คลินิกชะลอรักษ์โรงพยาบาลหาดใหญ่. แบบฝึกพัฒนาศักยภาพสมองในผู้สูงอายุที่มีปัญหาสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น. 2566.

สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ. การพัฒนาเครื่องมือที่เหมาะสมส่าหรับ ใช้ในการคัดกรองสมองเสื่อมในบริบทประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 15 ธันวาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: http://agingthai.dms.go.th/agingthai/wp-content/uploads/2021/03/book-19.pdf

Sukontapol C, Kemsen S, Chansirikarn S, Nakawiro D, Kuha O, Taemeeyapradit U. The effectiveness of a cognitive training program in people with mild cognitive impairment: A study in urban community. Asian J Psychiatry. 2018;35:18-23.

Livingston G, Huntley J, Sommerlad A, Ames D, Ballard C, Banerjee S, et al. Dementia prevention, intervention, and care: 2020 report of the Lancet Commission. The Lancet. 2020;396(10248):413-46.

Kivipelto M, Solomon A, Ahtiluoto S, Ngandu T, Lehtisalo J, Antikainen R, et al. The Finnish Geriatric Intervention Study to Prevent Cognitive Impairment and Disability (FINGER): study design and progress. Alzheimers Dement. 2013;9:657-65.

Srisuwan P, Nakawiro D, Chansirikarnjana S, Kuha O, Chaikongthong P, Suwannagoot T. Effects of a group-based 8-week multicomponent cognitive training on cognition, mood and activities of daily living among healthy older adults: a one-year follow-up of a randomized controlled Trial. J Prev Alzheimers Dis. 2020;7:112-211.

ศศินี อภิชนกิจ, อาภาพรรณ นเรนทร์พิทักษ์, อุไรลักษณ์ หมัดคง, ปิลันธนา อเวรา, ภัคณัฏฐ์ ผลประเสริฐ, อริศรา พิชัยภูษิต. ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพสมองในผู้สูงอายุที่มีความจำบกพร่องระยะแรก ของศูนย์สุขภาพชุมชนเครือข่ายโรงพยาบาลอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี. 2562;27:138-49.

อรวรรณ์ คูหา, จารุณี วิทยาจุกษ์, พลินท์ชฎา พัชราพิสิฐกุล, นัดดา คำนิยม, ปนิตา มุ่งกลาง, ภัทรพร วิสาจันทร์, et al. การกระตุ้นศักยภาพสมองของผู้สูงอายุที่มีสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น ด้วยโปรแกรม TEAM-V สำหรับพื้นที่เมืองและชนบท ที่ระยะติดตามผล 6 เดือน. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2566;68:102-14.

Greenwood PM, Parasuraman R. Neuronal and cognitive plasticity: a neurocognitive framework for ameliorating cognitive aging. Front Aging Neurosci [Internet]. 2010 [cited 2024 Nov 18];2. Available from: http://journal.frontiersin.org/article/10.3389/fnagi.2010.00150/abstract

ดาวชมพู นาคะวิโร, สิรินทร ฉันศิริกาญจน, พัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ, อรพรรณ แอบไธสง, ภัทรา สุดสาคร, จารุณี วิทยาจักษ์, และคณะ. การกระตุ้นความสามารถสมองด้านทักษะการจัดการ ความใส่ใจ ความจำและ มิติสัมพัทธ์ในผู้ที่มีสมรรถภาพสมองบกพร่องระยะต้น. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2560;62:337-48.

Tortora C, Di Crosta A, La Malva P, Prete G, Ceccato I, Mammarella N, et al. Virtual reality and cognitive rehabilitation for older adults with mild cognitive impairment: a systematic review. Ageing Res Rev. 2024;93:102146.