การประยุกต์ใช้โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อวิเคราะห์จุดที่เหมาะสม ในการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสาร: กรณีศึกษา โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3233 สาย อ.นครชัยศรี - ต.ดอนตูม
DOI:
https://doi.org/10.53848/jlscc.v10i1.266154คำสำคัญ:
ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์, จุดรอพักขึ้นรถโดยสาร, การวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกจุดที่เหมาะสม ในการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสาร 2) เพื่อศึกษาและประยุกต์ใช้โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (ArcGIS) มาร่วมในการวิเคราะห์และนำเสนอผลลัพธ์ในการกำหนดจุดที่เหมาะสมเพื่อการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสาร 3) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระหว่างผลการวิเคราะห์จากการประยุกต์ใช้โปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์กับจุดรอพักขึ้นรถโดยสารที่ทำการก่อสร้างจริงในสนาม โดยประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ วิเคราะห์จุดที่เหมาะสมในการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสาร กรณีศึกษาในทางหลวงหมายเลข 3233 สาย อ.นครชัยศรี – ต.ดอนตูม โดยการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น จากการตอบแบบสัมภาษณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ 26 ท่าน ซึ่งอยู่ในสายงานควบคุมการก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวง โดยทำการวิเคราะห์ผลจากแบบสอบถามในการลำดับความสำคัญของปัจจัยหลักและปัจจัยรอง ด้วยการให้ค่าน้ำหนักความสำคัญของปัจจัย แล้วจึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์จัดลำดับจุดที่เหมาะสมและแสดงผลในแผนที่ตามเกณฑ์ที่กำหนด ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวน 10 ช่วง ในทางหลวงหมายเลข 3233 สาย อ.นครชัยศรี – ต.ดอนตูม ทำวิเคราะห์ข้อมูลทุกระยะ 100 เมตร ผลการวิเคราะห์จำนวน 92 จุด มีลำดับความเหมาะสมในการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสารดังนี้ มีความเหมาะสมมากจำนวน 39 แห่ง มีความเหมาะสมปานกลางจำนวน 22 แห่ง และมีความเหมาะสมน้อยจำนวน 31 แห่ง จากการเปรียบเทียบความเหมาะสมกับสภาพจริงที่มีการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสารในสนามพบว่า บริเวณที่ทำการก่อสร้างจุดรอพักขึ้นรถโดยสารในสนามทั้งหมด 32 แห่ง มีความเหมาะสมมาก 14 แห่ง มีความเหมาะสมปานกลาง 8 แห่ง และมีความเหมาะสมน้อย 10 แห่ง ตามลำดับ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเป็นพื้นฐานและแนวทางในการพัฒนาปรับปรุง ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและผู้ใช้ทาง
เอกสารอ้างอิง
กรมทางหลวง. (2563). คู่มือประกอบการใช้แบบมาตรฐาน 2015 Revision. กรุงเทพฯ: กรมทางหลวง.
กสิณ รังสิกรรพุม. (2565). การวิเคราะห์การตัดสินใจสำหรับงานวิศวกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร:สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชุติมา เจิมขุนทด. (2554). การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อศึกษาระดับการเข้าถึงในการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ: กรณีศึกษาเทศบาลนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
ปุณยนุช รุธิรโก และชนิษฎา ชูสุข. (2562). การประยุกต์ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อนันทนาการในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 21(2), 1-20.
รัตนาภรณ์ บุญมี. (2561). การวิเคราะห์เปรียบเทียบระดับการเข้าถึงของระบบขนส่งสาธารณะปัจจุบันและแผนแม่บทอนาคตในอำเภอเมืองพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาภูมิศาสตร์,มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุพรชัย อุทัยนฤมล. (2560). เอกสารประกอบการสอนวิชา Geographic Information System in Transportation. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.
สุเพชร จิรขจรกุล. (2560). เรียนรู้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้วยโปรแกรม ArcGIS Desktop 10.5.พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: บริษัท เอ.พี.กราฟิคดีไซน์และ การพิมพ์ จำกัด.
สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2559). ร่างรายงานคู่มือมาตรฐานด้านการจัดการระบบจราจร เรื่องการจัดระบบจราจรโครงการจัดทำแผนพัฒนามาตรฐานด้านการจัดระบบจราจรในเมืองภูมิภาค.กรุงเทพฯ: สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร.
อุทัย สุขสิงห์. (2548). การจัดการระบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์(GIS) ด้วยโปรแกรม ArcView3.2a-3.3. พิมพ์ครังที่ 3. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.
Mohamed, A. Foda., & Ahmed O. Osman. (2010). Using GIS for measuring transit stop Accessibility considering actual pedestrian road network. Journal of Public Transportation, 13(4), 1-40.
Saaty, T.L. (2013). Analytical hierarchy process. In Encyclopedia of operations research and management science. Boston: Springer.
Transport for London. (2010). Measuring public transport accessibility levels. Retrieved 24 December 2022, From: https://s3-eu-west-1.amazonaws.com/londondatastore- upload/PTAL-methodology.pdf.