การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาการเลี้ยง และแปรรูปปลาสลิดและส่งเสริมการตลาดสินค้าปลาสลิด สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลในรูปแบบ Facebook Page เป็นฐานข้อมูลและสื่อในการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเลี้ยงและการแปรรูปปลาสลิดสู่คนรุ่นหลัง และ 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของ Facebook Page เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดดิจิทัลในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและส่งเสริมศักยภาพทางการตลาดให้กับสินค้าปลาสลิดแปรรูปของวิสาหกิจชุมชน เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบ Survey Research ร่วมกับ Research and Development กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 120 คน เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 อายุ 17 - 19 ปี ในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เครื่องมือ ประกอบด้วย 1) นวัตกรรม Facebook Page “ปลาสลิดบางพลี: ภูมิปัญญาสู่ดิจิทัล” และ 2) แบบสอบถามออนไลน์ที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.94 เก็บข้อมูลโดยให้กลุ่มตัวอย่างทดลองใช้นวัตกรรม 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Paired Sample t-test ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรมมีประสิทธิภาพในระดับมากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.55) โดย Public Relations ผ่าน Storytelling ได้คะแนนสูงสุด (
= 4.62) มี Engagement Rate 18.7% สามารถเพิ่มการรับรู้ภูมิปัญญาขึ้น 48.3% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่งผลให้เกิดความตั้งใจซื้อ 95.9% ความพร้อมแนะนำ 74.2% และพฤติกรรมแชร์จริง 69.2% ข้อค้นพบสำคัญ คือ Gen Z ยังคงใช้ Facebook เป็น “Knowledge Hub” สำหรับค้นหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อ (81.7%) สะท้อนถึงพฤติกรรมการเลือกใช้แพลตฟอร์มตามวัตถุประสงค์เฉพาะ (Purposive Platform Utilization) บูรณาการการอนุรักษ์ภูมิปัญญากับการตลาดดิจิทัล สามารถประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ รักษาอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการตลาดของผู้ประกอบการ ความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สศช.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. (2565). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2565. เรียกใช้เมื่อ 28 สิงหาคม 2569 จาก https://www.etda.or.th/th/Our-Service/statistics-and-information/IUB2022.aspx
สิรินารถ แก้วเพ็ง และกาญจนา มีศิลปะวิกกัย. (2561). ประสิทธิผลการสื่อสารของสื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช ในมุมมองของสมาชิกแฟนเพจ. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 17(23), 109-115.
Chaffey, D. & Ellis-Chadwick, F. (2019). Digital marketing: Strategy, implementation and practice. (7th ed.). Harlow: Pearson Education.
Katz, E. et al. (1973). Uses and gratifications research. The Public Opinion Quarterly, 37(4), 509-523.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Nonaka, I. & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York: Oxford University Press.
OECD. (2021). The Digital Transformation of SMEs. OECD Studies on SMEs and Entrepreneurship. Paris: OECD Publishing.
Tan, S. (2022). Generational trends in Thailand’s social media use: How Gen Z differs from other age groups. Retrieved August 28, 2026, from https://business.yougov.com/content/44004-generational-trends-thailand-social-media-Gen-Z
UNESCO. (2020). Protecting and preserving cultural diversity in the digital era. Paris: UNESCO.