การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลุ่ม 10

Main Article Content

พระพิชาญ สุมงฺคโล (ภูประทาน)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวชี้วัดของการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลุ่ม 10 2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลุ่ม 10 3) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลุ่ม 10 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารโรงเรียนและครู จำนวน 196 รูป/คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการจัดลำดับความต้องการจำเป็น
การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 รูป/คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบและตัวชี้วัดของการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลศึกษา 4 องค์ประกอบหลัก 21 องค์ประกอบย่อย 105 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) การเป็นโรงเรียนต้นแบบแห่งการเรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมมี 5 องค์ประกอบย่อย 23 ตัวบ่งชี้ 2) การสร้างความเข้มแข็งด้วยระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษามี 5 องค์ประกอบย่อย 28 ตัวบ่งชี้ 3) การพัฒนาครูและบุคลากร มี 5 องค์ประกอบย่อย 25 ตัวบ่งชี้ 4) ด้านงานส่งเสริม นิเทศ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ การจัดการศึกษา มี 6 องค์ประกอบย่อย 29 ตัวบ่งชี้ 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผล ประกอบด้วย 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก 21 องค์ประกอบย่อย 105 ตัวบ่งชี้ 4) กระบวนการพัฒนา 5) การวัดและประเมินผล 6) เงื่อนไขความสำเร็จ 3) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผล มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุมงฺคโล (ภูประทาน) พ. (2026). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กลุ่ม 10. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(11), 269–279. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/304910
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองพุทธศาสนศึกษา. (2557). คู่มือปฏิบัติงานโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

ธีระภาพ เพชรมาลัยกุล. (2560). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการบริหารและจัดการการศึกษา. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ สาขาการบริหารการศึกษาและการอุดมศึกษา. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

พระครูวินิตธรรมาทร (สมพร นิ่มนวล) และคณะ. (2568). รูปแบบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 4 ตามหลักอิทธิบาท 4. วารสารวิจัยวิชาการ, 8(2), 29-44.

พระมหาธีรเพชร มาตพงษ์. (2561). การสังเคราะห์รูปแบบการบริหารงานวิชาการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 15(2), 84-96.

พระมหาสันติภาพ อ่อนละมุน และคณะ. (2567). รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา. สิกขาวารสารศึกษาศาสตร์, 11(1), 122-135.

พระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 11-21 (16 เมษายน 2562).

อัศนีย์ สุกิจใจ. (2560). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารพุทธศาสตร์, 3(1), 23-37.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. New York: Harper Collins.

DuFour, R. (2004). What is a Professional Learning Community? Educational Leadership, 61(8), 6-11.

Edwards, D. W. (1986). Out of the Crisis. Cambridge, MA: Massachusetts Institute of Technology Press.

Gulick, L. & Urwick, L. (1937). Papers on the Science of Administration. New York: Institute of Public Administration.

Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Senge, P. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. New York: Doubleday/Currency.

Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. Chicago: University of Chicago Press.