การพัฒนาเกณฑ์ปกติของแบบวัดพลังอำนาจแห่งตน ในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและการใช้กัญชาของนักเรียนวัยรุ่น

Main Article Content

สุมาลี ขำอิน
จรินทร์รัตน์ เรืองแจ่ม
พัชราภรณ์ ศรีสวัสดิ์

บทคัดย่อ

วิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบวัดพลังอำนาจแห่งตนในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและการใช้กัญชาของนักเรียนวัยรุ่น 2) ศึกษาระดับพลังอำนาจแห่งตน และ 3) พัฒนาเกณฑ์ปกติโดยรวมและรายด้าน ใช้การวิจัยแบบผสานวิธีชนิดเชิงสำรวจตามลำดับ ผู้ให้ข้อมูลหลักในระยะเชิงคุณภาพ จำนวน 10 คน ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 5 คน ส่วนกลุ่มตัวอย่างระยะเชิงปริมาณเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นในกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2568 จำนวน 2,366 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแบบวัดพลังอำนาจแห่งตน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน คะแนนทีปกติ และเปอร์เซ็นต์ไทล์ ผลการวิจัยพบว่า แบบวัดมี 4 ด้าน จำนวน 40 ข้อมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .924 และโมเดลการวัดสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (x^{2} = 437.57, df = 403, p = .113, CFI = 1.00, RMSEA = .006) พลังอำนาจแห่งตนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.22) เกณฑ์ปกติโดยรวมมีคะแนนทีปกติ T14-T69 ตรงกับเปอร์เซ็นต์ไทล์ P.02 - P98.37 และคะแนนดิบ 64 - 200 คะแนน ผลการวิจัยยืนยันว่าแบบวัดมีคุณภาพเชิงจิตมิติและมีเกณฑ์อ้างอิงที่เหมาะสำหรับการแปลผลและคัดกรองเชิงป้องกันในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของกรุงเทพมหานคร สะท้อนว่าแบบวัดพลังอำนาจแห่งตนในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและการใช้กัญชานี้สามารถสนับสนุนการวางแผนกิจกรรมแนะแนวเชิงป้องกันได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ การใช้กับนักเรียนต่างพื้นที่ควรคำนึงถึงความแตกต่างของบริบทสังคมและวัฒนธรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขำอิน ส., เรืองแจ่ม จ., & ศรีสวัสดิ์ พ. (2026). การพัฒนาเกณฑ์ปกติของแบบวัดพลังอำนาจแห่งตน ในการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าและการใช้กัญชาของนักเรียนวัยรุ่น. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(11), 381–395. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/304882
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค. (2567). ข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2565). “บุหรี่ไฟฟ้า” ภัยคุกคามเยาวชน ทำลายสุขภาพ ทำร้ายคนรอบข้าง. เรียกใช้เมื่อ 18 เมษายน 2569 จาก https://www.thaihealth.or.th/content-detail/c581b080-29a5-4fa2-b0d6-1cc31e9a5ccf

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1. (2568). ข้อมูลบุคลากรและนักเรียน. เรียกใช้เมื่อ 18 เมษายน 2569 จาก https://eoffice.sesao1.go.th/info/maps/student

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. (2568). ข้อมูลสารสนเทศนักเรียนโรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. เรียกใช้เมื่อ 18 เมษายน 2569 จาก https://school.webactivity.net/district-detail.php?code=00100002

Anastasi, A. & Urbina, S. (1997). Psychological testing. Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.

Centers for Disease Control and Prevention. (2024). E-Cigarette Use Among Youth. USA: Place of Publication.

Crocker, L. M. & Algina, J. (2008). Introduction to classical and modern test theory. New York: Harcourt Brace Jovanovich.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

DeVellis, R. F. (2017). Scale development: theory and applications. Thousand Oaks, CA: SAGE.

Gibson, C. H. (1991). A concept analysis of empowerment. Journal of Advanced Nursing, 16(3), 354-361. https://doi.org/10.1111/j.1365-2648.1991.tb01660.x

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5-55.

United Nations Office on Drugs and Crime. (2024). UNODC World Drug Report 2024. Vienna: UNODC.

World Health Organization. (2024). Tobacco: E-cigarettes. Geneva: World Health Organization.

Zimmerman, M. A. (1995). Psychological empowerment: Issues and illustrations. American Journal of Community Psychology, 23(5), 581-599. https://doi.org/10.1007/BF02506983