ประสบการณ์การปฏิบัติสมาธิของเด็กและเยาวชน ผ่านงานเขียนในหนังสือคุณวิเศษของการทำสมาธิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสบการณ์การปฏิบัติสมาธิของเด็กและเยาวชนที่สะท้อนผ่านงานเขียนใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านอารมณ์และจิตใจ 2) ด้านการเรียนและการพัฒนาตนเอง 3) ด้านทัศนคติและความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ 4) ด้านการขยายผลการปฏิบัติสมาธิ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิและการวิเคราะห์เอกสาร แหล่งข้อมูล คือ เรียงความสะท้อนประสบการณ์ส่วนบุคคลของเด็กและเยาวชน จำนวน 25 ฉบับ จากหนังสือคุณวิเศษของการทำสมาธิ 2 เล่ม ผู้เขียน 25 คน ประกอบด้วย นักเรียนระดับประถมศึกษา 12 คน มัธยมศึกษา 4 คน และอุดมศึกษา 9 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกการวิเคราะห์เอกสารและตารางลงรหัส วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงประเด็นตามแนวคิดของ Creswell, J. W. & Poth, C. N. ร่วมกับแนวทางของ Braun, V. & Clarke, V. ผ่านการอ่านซ้ำ การลงรหัสเบื้องต้น การจัดกลุ่มรหัส และการตีความเชิงประเด็น ผลการวิจัยพบ 4 ประเด็นหลัก 12 ประเด็นย่อย ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และจิตใจ 2) ประโยชน์ด้านการเรียนและการพัฒนาตนเอง 3) การเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ 4) การขยายผลของการปฏิบัติสมาธิ ข้อค้นพบสะท้อนกระบวนการพัฒนามนุษย์จากภายในสู่ภายนอก เริ่มจากความสงบการกำกับอารมณ์ และการรู้เท่าทันตนเอง แล้วขยายไปสู่การเรียนรู้ วินัย ความสัมพันธ์ และจิตสำนึกต่อสังคม เนื่องจากข้อมูลเป็นเรียงความสะท้อนตนเองที่คัดสรรเผยแพร่ ผลการวิจัยจึงสะท้อนการรับรู้และความหมายของผู้ปฏิบัติ มิใช่ข้อสรุปเชิงสาเหตุในระดับทั่วไป ผลการวิจัยชี้ว่ากิจกรรมสมาธิที่เหมาะสมกับวัยและเน้นประสบการณ์ตรงอาจสนับสนุนทักษะชีวิตและการเรียนรู้ และควรได้รับการทดสอบในงานวิจัยอื่นต่อไป โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนและบริบทการศึกษาแต่ละแห่งอย่างเหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1-23 (19 สิงหาคม 2542).
สถาบันพลังจิตตานุภาพ. (2562). คุณวิเศษของการทำสมาธิ: ฉลองอายุวัฒนะมงคล 99 ปี พระธรรมมงคลญาณ (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร). กรุงเทพมหานคร: สถาบันพลังจิตตานุภาพ.
สถาบันพลังจิตตานุภาพ. (2563). คุณวิเศษของการทำสมาธิ: ศตวรรษาวัฒนายุกาล 100 ปี พระพรหมมงคลญาณ วิ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพลังจิตตานุภาพ.
สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต. (2567). แผนปฏิบัติการพัฒนาระบบและบริการสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนอย่างบูรณาการ พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพมหานคร: กรมสุขภาพจิต.
Braun, V. & Clarke, V. (2023). Toward good practice in thematic analysis: Avoiding common problems and becoming a knowing researcher. International Journal of Transgender Health, 24(1), 1-6.
Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Creswell, J. W. & Poth, C. N. (2018). Qualitative inquiry and research design: Choosing among five approaches. (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.
Dunning, D. et al. (2022). Do mindfulness-based programmes improve the cognitive skills, behaviour and mental health of children and adolescents? An updated meta-analysis of randomised controlled trials. Evidence-Based Mental Health, 25(3), 135-142.
Fulambarkar, N. et al. (2023). Review: Meta-analysis on mindfulness-based interventions for adolescents' stress, depression, and anxiety in school settings: A cautionary tale. Child and Adolescent Mental Health, 28(2), 307-317.
Galla, B. et al. (2024). Adolescents do not benefit from universal school-based mindfulness interventions: A reanalysis of Dunning et al. (2022). Frontiers in Psychology,, 15, 1384531. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2024.1384531
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Phan, M. L. et al. (2022). Mindfulness-based school interventions: A systematic review of outcome evidence quality by study design. Mindfulness, 13(7), 1591-1613.
World Health Organization. (2025). Mental health of adolescents. Retrieved August 30, 2025, from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/adolescent-mental-health
Zimmerman, B. J. (2002). Becoming a self-regulated learner: An overview. Theory Into Practice, 41(2), 64-70.