การสอนงานตามหลักอิทธิบาท 4: กลไกการพัฒนาสมรรถนะครูเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในบริบทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับการสอนงานตามหลักอิทธิบาท 4 ในฐานะกลไกการพัฒนาสมรรถนะครูเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในบริบทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุกการพัฒนาสมรรถนะครูกระบวนการสอนงานและหลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสา ใช้การสังเคราะห์เอกสารแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องควบคู่กับการวิเคราะห์บริบทการพัฒนาครูของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ซึ่งมีความหลากหลายของบริบทสถานศึกษาและส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะครูผลการสังเคราะห์ พบว่า การสอนงานเป็นกระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูที่เน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง การให้คำปรึกษาการสะท้อนผลและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เมื่อบูรณาการกับหลักอิทธิบาท 4 จะช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจความมุ่งมั่นและ การพัฒนาตนเองส่งผลให้ครูพัฒนาสมรรถนะด้านการออกแบบและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกการใช้สื่อและเทคโนโลยีการวัดและประเมินผลรวมถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังก่อให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) และวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา องค์ความรู้ที่ได้จากการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการหลักอิทธิบาท 4 กับกระบวนการสอนงานสามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดในการกำหนดนโยบายวางระบบและออกแบบการพัฒนาวิชาชีพครูให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษานำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุกคุณภาพผู้เรียนและประสิทธิผลของสถานศึกษา ทั้งสามารถประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการสอนงานเพื่อการพัฒนาครูในบริบทการศึกษาของไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2559). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 34). กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิการศึกษาเพื่อสันติภาพ พระธรรมปิฎก.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพะเยาว์ ยินดีสุข. (2561). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อการพัฒนา. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก: ถอดบทเรียนจากแนวคิดสู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
Bonwell, C. C. & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). Washington, DC: ERIC Clearinghouse on Higher Education, George Washington University.
Darling-Hammond, L. et al. (2017). Effective Teacher Professional Development. Palo Alto, CA: Learning Policy Institute.
Darling-Hammond, L. et al. (2020). Implications for educational practice of the science of learning and development. Applied Developmental Science, 24(2), 97-140.
Education International & UNESCO. (2019). Global Framework of Professional Teaching Standards. Brussels, Belgium: Education International.
Fullan, M. (2025). The New Meaning of Educational Change. (6th ed.). New York: Teachers College Press.
Fullan, M. et al. (2017). Deep Learning: Engage the World Change the World. Thousand Oaks, CA: Corwin.
Knight, J. (2018). The Impact Cycle: What Instructional Coaches Should Do to Foster Powerful Improvements in Teaching. Thousand Oaks, CA: Corwin.
OECD. (2019). OECD Future of Education and Skills 2030: OECD Learning Compass 2030: A Series of Concept Notes. Paris: OECD Publishing.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.
UNESCO. (2021). Reimagining Our Futures Together: A New Social Contract for Education. Paris: UNESCO.