ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกับธุรกิจบริการสาธารณูปโภค ภายใต้บริบทธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและธุรกิจบริการสาธารณูปโภคเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความซับซ้อนของการบริหารจัดการ และความต้องการบริการสาธารณะที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) จึงเป็นกลไกสำคัญในการระดมเงินทุน ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการสาธารณะ บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาธุรกิจบริการสาธารณูปโภคภายใต้บริบทธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยใช้วิธีการสังเคราะห์วรรณกรรมจากหนังสือ ตำรา บทความวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิด รูปแบบ และปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของ PPP ผลการสังเคราะห์ พบว่า PPP เป็นกลไกความร่วมมือเชิงสถาบันที่กำหนดบทบาทความรับผิดชอบ และการจัดสรรความเสี่ยงระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในระยะยาว โดยความสำเร็จของการดำเนินโครงการขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของภาครัฐในการกำหนดนโยบาย ออกแบบสัญญา กำกับดูแล ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการดำเนินงานภายใต้กรอบ Environmental, Social, and Governance (ESG) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และธรรมาภิบาล ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การพัฒนา PPP ควรมุ่งบูรณาการหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ากับการบริหารจัดการโครงการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความยั่งยืนของธุรกิจบริการสาธารณูปโภคและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กชกร สุขทรัพย์. (2568). การพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวคิดแบบสองชั้นในการจัดการภาครัฐและเอกชน. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 16(ฉบับเพิ่มเติม 1), 138-166.
กฤติยา เกิดผล และคณะ. (2568). การพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน. วารสารพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม, 5(1), 33-47.
กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์. (2563). การจัดการภาครัฐใหม่ (NPM): ความสัมพันธ์ตามสัญญาในรูปแบบใหม่ของการว่าจ้างภายนอกและเศรษฐกิจแบ่งปัน. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น, 5(2), 1-45.
ทัศนีย์ ปิ่นสวัสดิ์. (2563). การพัฒนาระบบบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชนในการจัดการน้ำของจังหวัดชัยนาท. วารสารรัชต์ภาคย์, 14(37), 15-28.
บูรณจิตร แก้วศรีมล. (2562). การจัดการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในระบบรถไฟฟ้าขนส่งของไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสาตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 38(6), 33-43.
ปรินทร ศิริเอี้ยวพิกูล. (2568). ธรรมาภิบาลในความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน: กลไกเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพ. วารสารส่งเสริมและพัฒนาวิชาการสมัยใหม่, 3(4), 999-1017.
ปุริมปรัชญ์ จรรยา และกนกวรรณ จันทร์เจริญชัย. (2567). การศึกษาความเป็นไปได้ของรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการสถานที่บริการทางหลวงบางปะกง (แห่งใหม่). วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 6(2), 577-590.
พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562. (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 29 ก หน้า 1-29 (15 มีนาคม 2562).
มัลลิกา ต้นสอน. (2545). การจัดการยุคใหม่ (Modern Management). กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด.
ศิริลักษณ์ คัมภิรานนท์ และอัญชนา ณ ระนอง. (2563). ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนใต้. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 31(1), 1-16.
สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย. (2562). ESG...ปัจจัยสำคัญสู่แนวทางการประกอบธุรกิจตามหลักความยั่งยืน. เรียกใช้เมื่อ 20 สิงหาคม 2569 จาก https://www.asco.or.th/uploads/upfiles/files/ASCO%20 article_ESG_ed.pdf
สัญญา เคณาภูมิ. (2567). รูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(1), 67-82.
สัญญา เคณาภูมิ และคณะ. (2568). รูปแบบการจัดการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งมอบสินค้าและบริการสาธารณะ. วารสารการปกครอง รัฐประศาสนศาสตร์ และกฎหมาย, 4(1), 71-86.
สัญญา เคณาภูมิ และวัชราภรณ์ จันทนุกูล. (2567). การจัดการภาครัฐและเอกชน: การวิเคราะห์เปรียบเทียบ ความท้าทาย และการทำงานร่วมกันในการบริหารจัดการองค์กรรัฐร่วมสมัย. อินทนิลบริหารศาสตร์, 1(1), 19-47.
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ. (2569). แผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 - 2570 ฉบับปรับปรุงเดือนมิถุนายน 2569. เรียกใช้เมื่อ 19 สิงหาคม 2569 จาก https://ppp.sepo.go.th/admin/uploads/document/file/d6700d218388dbc769cf8bd7333175f2.pdf
สิการย์ เฟื่องฟุ้ง. (2561). ความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สู่การเป็นเศรษฐกิจสีเขียว. วารสารรังสิตบัณฑิตศึกษาในกลุ่มธุรกิจและสังคมศาสตร์, 4(2), 174-187.
สุภัทร ชูประดิษฐ์ และคณะ. (2562). แนวคิดการสร้างภาคีหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับเอกชนเพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 5(1), 469-483.
สุรีย์พร สลับสี และพงษ์พัต วัฒนพงศ์ศิริ. (2567). การสานพลังความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะ. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 7(1), 1-12.
Cheng, S. et al. (2023). Potential benefits of public-private partnerships to improve the efficiency of urban wastewater treatment. npj Clean Water, 6(1), 13. https://doi.org/10.1038/s41545-023-00232-2
Dykes, B. J. & Uzuegbunam, I. (2023). Foreign partner choice in the public interest: Experience and risk in infrastructure public–private partnerships. Journal of International Business Policy, 6(1), 47-66.
Forrer, J. et al. (2010). Public-private partnerships and the public accountability question. Public Administration Review, 70(3), 475-484.
Le Texier, M. (2012). Lessons on Public–Private Partnership Disseminated from the Pilot Project “Building Water Service in Small Towns with PPP”. Washington, DC: World Bank.
Sulakadze, R. (2023). Importance of public-private partnerships in the water supply sector in developing countries: The case of Georgia. Journal of Eastern European and Central Asian Research, 10(5), 800-812.