ผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธีเพื่อพัฒนาสมรรถนะ การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน กรณีศึกษาโรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4

Main Article Content

ยุพิน บุญประเสริฐ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธีเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู กรณีศึกษาโรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม โดยใช้รูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธี G-COSS ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) Goal Searching (G) การค้นหาเป้าหมายและความต้องการจำเป็นในการพัฒนา 2) Coordinate Experience (C) การประสานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3) Operations Management (O) การบริหารจัดการและดำเนินงานตามแผน 4) Supervision to Develop (S) การนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสมรรถนะของครู และ 5) Share to Public (S) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน แบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน และแบบประเมินคุณภาพผู้เรียนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน แบบประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน และแบบประเมินคุณภาพผู้เรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนภายหลังการใช้รูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธี G-COSS โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (equation = 4.66) ครูสามารถออกแบบและจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สามารถเลือกใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธี G-COSS โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนภายหลังการใช้รูปแบบสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา และ 4) สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนมีผลการประเมินสูงขึ้นทุกด้าน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญประเสริฐ ย. . (2026). ผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบผสานวิธีเพื่อพัฒนาสมรรถนะ การจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน กรณีศึกษาโรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(11), 115–126. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/303573
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. (2561). การบริหารการศึกษาใหม่ (New Education Governance). ใน รายงานการประชุมวิชาการราชบัณฑิตสัญจร (หน้า 1-10). กรุงเทพมหานคร: สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสภา และมหาวิทยาลัยบูรพา.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. (2566). สมรรถนะการนิเทศเชิงรุก ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. (พิมพ์ครั้งที 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มนตรี ชุติบุตร. (2553). การพัฒนาคุณภาพการศึกษากับบทบาทครูในศตวรรษที่ 21. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มาเรียม นิลพันธุ์. (2554). การประเมินโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ กิจกรรมการพัฒนานิเทศแนวใหม่. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย, 31(2), 149-166.

ยุพิน ยืนยง และวัชรา เล่าเรียนดี. (2554). การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบหลากหลายวิธีการเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพ การวิจัยในชั้นเรียนของครู เขตการศึกษา 5 อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 3(1-2), 196-209.

โรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม. (2565). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม. เชียงราย: โรงเรียนวัดพระเกิดคงคาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงราย เขต 4.

ศุภวรรณ สัจจพิบูล. (2560). แนวคิดการนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย, 37(1), 203-222.

อนุชา คะชาชัย และคณะ. (2568). องค์ประกอบการนิเทศภายในโรงเรียนทางอ้อม. วารสารวิจัยวิชาการ, 8(6), 377-392.

Collin, J. J. (2003). Modern and postmodern teacher supervision and evaluation: Perception of secondary school principals and teachers. In Dissertation. University of Hartford.

Samara, A. (2006). Group supervision in graduate education: A process of supervision skill development and text improvement. Higher Education Research & Development, 25(2), 115-129.