การพัฒนาโปรแกรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเป็นนวัตกรครู ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา สำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ

Main Article Content

วิชชุตา อ้วนศรีเมือง
จีราภรณ์ จันทร์เขียน
ดุษฎีพร หิรัญ
เบญจวรรณ นาหก
อุเทน จันละบุตร

บทคัดย่อ

การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาโปรแกรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเป็นนวัตกรครู ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษาของนักศึกษาครู ประชากร ได้แก่ นักศึกษาคณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จำนวน 528 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาวิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์และ การพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จำนวน 182 คน เลือกโดยวิธีเจาะจง เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม พบว่า ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นภาพรวม คือ 0.59 2) พัฒนาโปรแกรม ฯ โดยจัดลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็นเพื่อร่างโปรแกรม ฯ และสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารและอาจารย์วิชาเอก จำนวน 8 คน เลือกโดยวิธีเจาะจง เครื่องมือ คือ แบบสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม พบว่า แผนการจัดกิจกรรม จำนวน 4 หน่วย ๆ ละ 3 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง 3) ศึกษาผลการใช้โปรแกรม ฯ ประชากร ได้แก่ นักศึกษาวิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จำนวน 182 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักวิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ชั้นปีที่ 3 จำนวน 50 คน เลือกโดยวิธีเจาะจง เครื่องมือ คือ 1) แผนการจัดกิจกรรม 2) แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์และความเป็นนวัตกรครู สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบสมมติฐาน One Sample t-test พบว่า คะแนนความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 4.55, p = .000) และคะแนน ความเป็นนวัตกรครูของนักศึกษาครูสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
(t = 8.52, p = .000)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อ้วนศรีเมือง ว., จันทร์เขียน จ., หิรัญ ด., นาหก เ., & จันละบุตร อ. (2026). การพัฒนาโปรแกรมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเป็นนวัตกรครู ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานร่วมกับแนวคิดสะเต็มศึกษา สำหรับนักศึกษาครูวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(9), 23–34. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/303448
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2560). Thailand 4.0 โมเดลขับเคลื่อน ประเทศไทยสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน. เรียกใช้เมื่อ 20 มกราคม 2569 จาก https://www.nstda.or.th/home/knowledge_ post/blueprint-thailand-4/

โกศล ภูศรี. (2564). กลยุทธ์การพัฒนาความเป็นนวัตกรของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ชนินทร เพ็ญสูตร. (2560). ประเทศไทย 4.0 บริบททางเศรษฐกิจ และการเมือง. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 8(1), 67-99.

นภสร ยลสุริยัน. (2563). การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดแบบ STEM EDUCATION เพื่อส่งเสริมความเป็นนวัตกรและผลงานสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นปีที่ 5. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.

บุญชม ศรีสะอาด และสุริทอง ศรีสะอาด. (2552). การวิจัยเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

วนิช สุธารัตน์. (2547). ความคิดและความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.). (2559). STEM EDUCATION สอนอย่างไรให้เป็น ACTIVE LEARNING. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จํากัด.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). คู่มือกิจกรรมสะเต็มศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษา (ม.1-ม.6) STEM Education เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: สกสค. ลาดพร้าว.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สุวิมล นาเพีย. (2563). พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของผู้สอน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ ในการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 14(3), 145-154.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bybee, R. W. (2013). The Case for STEM Education: Challenges and Opportunities. Arlington: NSTA.

Guilford, J. P. (1967). The nature of Human Intelligence. New York: McGraw-Hill.