ผลของการจัดการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยใช้ชุมชนเป็นฐานที่มี ต่อทักษะการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
2) เปรียบเทียบคะแนนทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดบ้านสะแกซำ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ในเขตตำบลสะแกซำ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 15 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3) แบบประเมินทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ภายหลังการจัดการเรียนรู้ นักเรียนมีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ( = 4.41, S.D. = 0.49) โดยทักษะด้านการฟังมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (
= 4.58, S.D. = 0.51) รองลงมา คือ ทักษะด้านการเขียน การพูด และการอ่าน ตามลำดับ 2) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (
= 25.47, S.D. = 1.92) สูงกว่าก่อนเรียน (
= 13.20, S.D. = 2.18) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t (14) = 22.38, p < .001) และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.81, S.D. = 0.39)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กานต์ญาณิศา สุนทร และคณะ. (2564). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 15(3), 131-141.
ชญานุช เข็มทอง และวิชยา โยชิดะ. (2566). การพัฒนาความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษโดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับเทคนิคช่วยจำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 17(2), 203-213.
ธนัฎฐา ชื่นสุคนธ์ และธนดล ภูสีฤทธิ์. (2567). การจัดกิจกรรมการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร CLT ประกอบเกมคำศัพท์ เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 18(2), 139-147.
ธนาภัสสร์ สนธิรักษ์ และคณะ. (2566). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันโดยใช้กิจกรรมบทบาทสมมติสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอลานสัก สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดอุทัยธานี. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 9(2), 211-226.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 (ฉบับย่อ). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุชานาฏ สิตานุรักษ์. (2565). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้ “ชุมชนของเรา” เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนระดับประถมศึกษา ชุมชนป่าตุ้มดอน อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่, 23(1), 240-255.
Canale, M. & Swain, M. (1980). Theoretical bases of communicative approaches to second language teaching and testing. Applied Linguistics, 1(1), 1-47.
Kramsch, C. (1998). Language and culture. New York: Oxford University Press.
Richards, J. C. (2006). Communicative language teaching today. New York: Cambridge University Press.
UNESCO. (2025). What you need to know on lifelong learning. Retrieved January 24, 2026, from https://www.unesco.org/en/lifelong-learning/need-know
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. London: Harvard University Press.