การพัฒนาวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้งด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง เพื่อส่งเสริมการรับรู้ทักษะการใช้เวลาว่างของนักศึกษาระดับปริญญาตรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีจุดประสงค์ 1) พัฒนาวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้ง โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อส่งเสริมการรับรู้เรื่องทักษะการใช้เวลาว่างที่มีคุณภาพ 2) ศึกษาการรับรู้เรื่องทักษะการใช้เวลาว่างจากการรับชมวิดีโอ
คอนเทนต์แนวตั้ง และ 3) ศึกษาการความพึงพอใจที่มีต่อการรับชมวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้ง งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรและองครักษ์ จำนวน 385 คน ซึ่งคำนวณขนาดตัวอย่างด้วยสูตร Cochran ในกรณีที่ไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน ผู้วิจัยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างเพื่อตอบแบบสอบถาม ด้วยวิธีการคัดเลือกแบบอาสาสมัคร โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เคยที่รับชมวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้ง อย่างน้อย 1 ครั้ง และครบทุกตอน เครื่องมือที่ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) วิดีโอคอนเทนต์แนวตั้งโดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อส่งเสริมการรับรู้เรื่องทักษะการใช้เวลาว่าง จำนวน 8 คลิป ที่ผ่านการวิเคราะห์ความตรงเชิงเนื้อหาและประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 2) แบบสอบถามเพื่อประเมินการรับรู้ทักษะการใช้เวลาว่าง มีค่าความความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.94 และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) วิดีโอคอนเทนต์แนวตั้งโดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่พัฒนาขึ้น ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพเนื้อหาและการนำเสนอ โดยรวมอยู่ในระดับดี 2) การรับรู้เรื่องทักษะการใช้เวลาว่างจากการรับชมสื่อวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้งที่ได้พัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 3) ผู้ชมความพึงพอใจที่มีต่อการรับชมวิดีโอคอนเทนต์แนวตั้งที่ได้พัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ และคณะ. (2566ก). การพัฒนาวิดีโอคอนเทนต์โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบ Feature Advantage Benefit เพื่อประชาสัมพันธ์รายการ 9th Stadium. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก, 3(1), 53-65.
กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ และคณะ. (2566ข). การสร้างวิดีโอคอนเทนต์เพื่อการประชาสัมพันธ์ส่วนส่งเสริมรายการ บมจ. อสมท โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบ Problem Agitate Solve. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก, 3(1), 66-79.
จารุวรรณ ไกรลาศ และคณะ. (2567). การพัฒนาวิดีโอคอนเทนต์โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องร่วมกับกิจกรรมการสื่อสาร เพื่อส่งเสริมการรับรู้เรื่องการผลิตรายการข่าวออนไลน์ 3PlusNews สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารเซนต์จอห์น (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 27(40), 279-294.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
อาทินันทน์ แก้วประจันทร์ และลักษณา คล้ายแก้ว. (2563). การวิจัยและสร้างสรรค์สื่อวีดิทัศน์แนวตั้งเพื่อ
การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนวัตวิถี อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี. ใน รายงานการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 15 (หน้า 1961-1970). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต.
Tukko Nathida. (2019). พฤติกรรมวิดีโอแนวตั้ง Mobile Vertical Experience กฎใหม่ของสุดยอดครีเอทีฟสร้าง Impact ให้กับงานโฆษณา. เรียกใช้เมื่อ 13 มีนาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/kNe9B
Cervi, L. (2021). Tik Tok and Generation Z. Theatre, Dance and Performance Training, 12(2), 198-204.
Dattilo, J. (2008). Leisure Education Program Planning: A Systematic Approach. (3rd ed.). State College, PA: Venture Publishing.
Gorrie, C. (2026). Short-form video statistics: TikTok, Reels, and Shorts by the numbers in 2026. Retrieved July 14, 2026, from https://shorturl.asia/eK4CE
Kaye, D. B. V. et al. (2021). TikTok: Creativity and culture in short video. Cambridge, UK: Polity Press.
Mayer, R. E. (2020). Multimedia Learning. (3rd ed.). Cambridge: Cambridge University Press.