การพัฒนาโปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

Main Article Content

ดรุณี สีละบัตร
กรวรรณ โหม่งพุฒ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของโปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใช้แบบแผนการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โดยคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 2 ห้องเรียน ที่มีคะแนนเฉลี่ยระดับความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์สูงที่สุด แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 1 ห้องเรียน และกลุ่มควบคุม 1 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 1.00 และ 2) แบบวัดความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ ที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 0.98 และค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.91 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปใช้สถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบระดับความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ใช้สถิติ t-test ทั้งนี้ การวิจัยได้รับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เลขที่โครงการ HE683636) ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาโปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้เชี่ยวชาญประเมินค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาผ่านเกณฑ์ประเมินทุกกิจกรรม
ที่ระดับ 3 - 4 และมีความสอดคล้องของรูปแบบการจัดกิจกรรมอยู่ที่ระดับมากที่สุด หลังการทดลองใช้โปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยระดับความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์หลังการทดลองลดลงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 11.324, p < 0.05) และ มีคะแนนเฉลี่ยระดับความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 5.979, p < 0.05)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สีละบัตร ด., & โหม่งพุฒ ก. (2026). การพัฒนาโปรแกรมการจัดการความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(10), 92–103. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/302896
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชีรนุช สมบูรณ์กุลวุฒิ. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความวิตกกังวลในคณิตศาสตร์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยมีความเชื่อแบบเติบโตในความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นตัวแปรกำกับ. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณัฐณิชา เถาว์โท. (2563). การเปรียบเทียบการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์และการรับรู้ความสามารถของตนเองที่แตกต่างกัน. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ทิศนา แขมมณี. (2567). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปุณญนุช เขียวไกร. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างเจตคติเชิงบวกและลดความวิตกกังวลต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. (2564). จิตวิทยาพัฒนาการ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พาทินธิดา ทมโยธา และคณะ. (2567). การพัฒนาแอปพลิเคชันการจัดการความเครียดสำหรับครูที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 18(4), 39-55.

ไพศาล สุวรรณน้อย. (2558). การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL). ใน เอกสารประกอบการบรรยายโครงการพัฒนาการเรียนการสอน สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. มหาวิทยาลัย ขอนแก่น.

ภูริณัฐ เบ็ญจขันธ์. (2564). การพัฒนาแบบวัดพัฒนาการทางจิตสังคมตามแนวคิดอีริคสันในกลุ่มวัยรุ่นไทย. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มุทิตา อดทน. (2561). ผลของโปรแกรมการพัฒนากรอบความคิดเติบโตในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. ใน วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา สมอง จิตใจ และการเรียนรู้. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ระพีพรรณ สุวรรณ์ทา และนวพล นนทภา. (2567). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการคิดทางคณิตศาสตร์ และความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 21(2), 27-38.

ศศิธร เวียงวะลัย. (2556). การจัดการเรียนรู้ (Learning Management). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.

สาวิตรี ภารเจิม. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอนุกูลนารี. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัครพล พรมตรุษ และคณะ. (2566). การพัฒนาแบบวัดความวิตกกังวลทางคณิตศาสตร์ Afshan (Afmas) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย. วารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์, 10(1), 111-124.

Ashcraft, M. H. (2002). Math Anxiety: Personal, Educational, and Cognitive Consequences. Current Directions in Psychological Science, 11(5), 181-185. https://doi.org/10.1111/1467-8721.00196

Boaler, J. (2022). Mathematical mindsets: Unleashing students’ potential through creative mathematics, inspiring messages, and innovative teaching. (2nd ed.). Hoboken, New Jersey: Jossey-Bass.

Demedts, F. et al. (2022). Unraveling the role of math anxiety in students’ math performance. Frontiers in Psychology, 13. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2022.979113

Fernandez-Blanco, A. et al. (2024). Math anxiety assessment within the sate-trait anxiety model: psychometric analysis of the “Mathematics Anxiety Questionnaire” and “State-Mathematics Anxiety Questionnaire” in Chilean school-aged children. Current Psychology, 43, 8812-8824. https://doi.org/10.1007/s12144-023-05032-y

Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-Based Learning: What and How Do Students Learn? Educational Psychology Review, 16, 235-266. https://doi.org/10.1023/B:EDPR.0000034022.16470.f3

Naseem, A. et al. (2022). Development And Validation of Afshan Mathematics Anxiety Scale (Afmas). Webology, 19(3), 1991-2011.

Williams, K. et al. (2025). Profiles of general, test, and mathematics anxiety in 9 and 12 year olds: relations to gender and mathematics achievement. Mathematics Education Research Journal, 37, 161-186. https://doi.org/10.1007/s13394-024-00485-1