กลยุทธ์การบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ตามแนวคิดผลลัพธ์การเรียนรู้
เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานในอนาคตของนักเรียน 2) พัฒนากลยุทธ์การบริหาร 3) ศึกษาผลการใช้กลยุทธ์การบริหาร และ 4) พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย ดำเนินการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ใน 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 393 คน โดยใช้แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.881 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 การพัฒนากลยุทธ์ โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์ TOWS Matrix เพื่อยกร่างกลยุทธ์ โดยผู้วิจัย ประเมินร่างกลยุทธ์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ระยะที่ 3 ผลการใช้กลยุทธ์การบริหาร จากการนำกลยุทธ์
ไปปฏิบัติจริงเกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ โดยส่งผลให้ผู้อำนวยการสถานศึกษามีสมรรถนะด้านการบริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด ครูผู้สอนมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก ซึ่งการยกระดับสมรรถนะของบุคลากรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะการทำงานในอนาคต (Future Work Skills) อยู่ในระดับคุณภาพดี - ดีเยี่ยม และมีพัฒนาการที่สูงกว่าเป้าหมาย ระยะที่ 4 การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายโดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ ได้ข้อเสนอใน 3 ระดับ คือ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และระดับสถานศึกษา ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และแนวทางปฏิบัติ และข้อเสนอเชิงนโยบายมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. เรียกใช้เมื่อ 15 มีนาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/BqiXl
กองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน. (2567). สถานการณ์ด้านแรงงาน รายปี 2566. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงแรงงาน.
ณัฐชานันท์ ฐิติวัชรพงษ์ และคณะ. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารผลการปฏิบัติงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(3), 443-459.
ประทีปแสง พลรักษา. (2568). ข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาในยุควิถีชีวิตใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 15(1), 227-237.
พรรณอร วันทอง. (2565). กลยุทธ์การบริหารทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19. วารสารวิจยวิชาการ, 5(6), 249-263.
พวงเพ็ญ อินทรประวัติ และคณะ. (2564). สมรรถนะของครู 4 ด้านที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนมากที่สุด. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 22(1), 180-195.
ภาณุภัทร ลิ้มจำรูญ และคณะ. (2563). ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่
ความเป็นเลิศตามแนวคิดทักษะนวัตกรสังคม. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 25(2), 253-264.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
ศรัณย์ เจริญศิริ. (2563). การจัดการภาครัฐแนวใหม่. กรุงเทพมหานคร: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด.
สังวรณ์ งัดกระโทก. (2562). การประยุกต์ใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติมัลคอล์มบอลดริจในการประเมินคุณภาพภายนอกของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน รายงานการวิจัย. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน).
เสาวนีย์ จันทะพงษ์ และกำพล พรพัฒนไพศาลกุล. (2562). การยกระดับทักษะแรงงานไทย: โจทย์ใหญ่ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก. เรียกใช้เมื่อ 25 มีนาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/ugBVG
Hallinger, P. (2003). Leading educational change: Reflections on the practice of instructional leadership. Cambridge Journal of Education, 33(3), 329-352.
Kaplan, R. S. & Norton, D. P. (2004). The strategy map: Guide to aligning intangible assets. Strategy & Leadership, 32(5), 10-17.