รูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและแนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา และ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการ หัวหน้าหลักสูตร และครูผู้สอน จำนวน 302 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ และผู้ทรงคุณวุฒิที่ใช้ในการสร้างรูปแบบ จำนวน 10 คน ได้แก่ อาจารย์ระดับอุดมศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.00, S.D. = 0.90) ส่วนแนวทางการบริหารจัดการ พบว่า ควรให้ความสำคัญกับหลักความร่วมมือ การเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง และ 2) รูปแบบการบริหารจัดการที่สร้างขึ้น ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 หลักการของรูปแบบ เน้นความร่วมมือและการเข้าถึงเทคโนโลยี องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์เพื่อสร้างแนวทางที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพการบริหารให้ได้มาตรฐาน องค์ประกอบที่ 3 วิธีดำเนินงาน ครอบคลุมการออกแบบหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล องค์ประกอบที่ 4 การประเมินรูปแบบที่มุ่งเน้นทั้งด้านกระบวนการและความพึงพอใจ และองค์ประกอบที่ 5 เงื่อนไขสู่ความสำเร็จ ได้แก่ ระบบสนับสนุนที่เข้มแข็ง สมรรถนะของบุคลากร และการแสวงหาความรู้สม่ำเสมอ ผลการประเมินรูปแบบในภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.61, S.D. = 0.53)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1-23 (19 สิงหาคม 2542).
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). สภาวะการศึกษาไทย ปี 2561 - 2562. การปฏิรูปการศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Castells, M. (2010). The rise of the network society: The information age: Economy, society, and culture. (2nd ed.). Chichester: Wiley-Blackwell.
Ertmer, P. A. & Ottenbreit-Leftwich, A. T. (2010). Teacher technology change: Knowledge, confidence, and beliefs: How are they related? Journal of Research on Technology in Education, 42(3), 255-284.
Fullan, M. (2016). The new meaning of educational change. (5th ed.). New York: Teachers College Press.
Hoy, W. K. & Miskel, C. G. (2013). Educational administration: Theory, research, and practice. (9th ed.). New York: McGraw-Hill.
Mishra, P. & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017-1054.
OECD. (2019). Education at a Glance 2019: OECD Indicators. Paris: OECD Publishing.
OECD. (2023). OECD Digital Education Outlook 2023: Towards an Effective Digital Education Ecosystem. Paris: OECD Publishing.
Redecker, C. & Johannessen, Ø. (2013). Changing assessment: Towards a new assessment paradigm using ICT. European Journal of Education, 48(1), 79-96.
Senge, P. M. (2006). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. New York: Doubleday/Currency.
Sheninger, E. (2019). Digital Leadership: Changing Paradigms for Changing Times. (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Corwin.
UNESCO. (2020). Education in a Post-COVID World: Nine Ideas for Public Action. Paris: UNESCO.
UNESCO. (2023). Global Education Monitoring Report 2023: Technology in Education - A Tool on Whose Terms? Paris: UNESCO.