ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมกับการแปลงทุนทางสังคมสู่ผลลัพธ์เศรษฐกิจ: โมเดลเชิงกลไกจากบริบทชนบทและเมืองในจังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

ทิพย์สุดา ปรีดาพันธุ์
ศรีสุนันท์ ประเสริฐสังข์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลไกการขับเคลื่อนทุนทางสังคมผ่านภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วม และ 2) อธิบายการแปลงทุนทางสังคมเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ จากกรณีศึกษาในจังหวัดร้อยเอ็ด ได้แก่ ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด การศึกษาใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 16 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาอาชีพและการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่ ได้แก่ ผู้นำระดับพื้นที่ ผู้นำชุมชน แกนนำกลุ่มอาชีพ และสมาชิกครัวเรือนที่เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาอาชีพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์แก่นสาระเชิงกระบวนการ โดยใช้แนวคิดทุนทางสังคมเป็นกรอบการตีความ ผลการศึกษา พบว่า ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมขับเคลื่อนทุนทางสังคมผ่านกลไกหลัก 5 ประการ ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจ การระดมความร่วมมือ การสร้างบรรทัดฐานและวินัยร่วม การเชื่อมโยงเครือข่ายและทรัพยากรภายนอก และการแปลงทุนทางสังคมสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ โดยบริบทชนบทสัมพันธ์กับทรัพยากร แหล่งน้ำ และการรวมกลุ่มผลิตทางเกษตร ส่วนบริบทเมืองสัมพันธ์กับความถนัดของครัวเรือน ทุนสนับสนุนขนาดเล็ก และตลาดเมือง ผลลัพธ์ ได้แก่ รายได้เสริม การลดรายจ่ายจำเป็น การเพิ่มอำนาจต่อรองของชุมชน และการขยายกิจกรรมสู่ชุมชนเป้าหมาย ข้อค้นพบนำไปสู่โมเดลเชิงกลไกที่อธิบายการแปลงทุนทางสังคมสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจผ่านภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วม และใช้เป็นกรอบในการออกแบบโครงการลดความยากจนเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทชุมชน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปรีดาพันธุ์ ท., & ประเสริฐสังข์ ศ. (2026). ภาวะผู้นำแบบมีส่วนร่วมกับการแปลงทุนทางสังคมสู่ผลลัพธ์เศรษฐกิจ: โมเดลเชิงกลไกจากบริบทชนบทและเมืองในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(8), 122–135. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/302216
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นิรันดร คำนุ. (2565). การใช้ทุนทางสังคมในการพัฒนาเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่างเพื่อแก้ไขผลกระทบจากการสร้างเขื่อน. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 18(2), 27-56.

ศรีสุนันท์ ประเสริฐสังข์ และคณะ. (2567). การพัฒนาและยกระดับแพลตฟอร์มเพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม จังหวัดร้อยเอ็ด. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(7), 101-120.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2570. เรียกใช้เมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/zvgtA

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2568). รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ปี 2567. เรียกใช้เมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/ImN1W

สุพัตรา รักการศิลป์ และคณะ. (2563). แนวทางการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนของกลุ่มเพาะเห็ดบ้านโพธิ์ชัย ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม. มนุษยสังคมสาร, 18(1), 91-110.

Braun, V. & Clarke, V. (2008). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77-101.

Grootaert, C. & Bastelaer, T. V. (2009). The Role of Social Capital in Development: An Empirical Assessment. Cambridge: Cambridge University Press.

Putnam, R. D. (2000). Bowling Alone: The Collapse and Revival of American Community. New York: Simon & Schuster.

Woolcock, M. & Narayan, D. (2000). Social capital: Implications for development theory, research, and policy. The World Bank Research Observer, 15(2), 225-249.

Woolcock, M. (1998). Social capital and economic development: Toward a theoretical synthesis and policy framework. Theory and Society, 27, 151-208. https://doi.org/10.1023/A:1006884930135

WORLD BANK GROUP. (2022). Rural Thailand Faces the Largest Poverty Challenges with High Income Inequality. Retrieved May 31, 2569, from https://shorturl.asia/ObLu7

Yayeh, F. A. & Mulugeta, D. W. (2024). Social Capital and Poverty Reduction in Ethiopia: Evidence from the Amhara Region. African Journal of Commercial Studies, 4(4), 289-302.