ปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อความสำเร็จของคลินิกเวชกรรมด้านความงามในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของปัจจัยการจัดการ ความสำเร็จของคลินิก และวิเคราะห์ปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อความสำเร็จของคลินิกเวชกรรมด้านความงามในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้แทนคลินิกเวชกรรมด้านความงาม จำนวน 364 คน คัดเลือกโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามปัจจัยการจัดการที่มีผลต่อความสำเร็จของคลินิก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยการจัดการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.34, S.D. = 0.05) และความสำเร็จโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.22, S.D. = 0.11) ผลการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ พบว่า ปัจจัยการจัดการโดยรวมสามารถร่วมกันอธิบายความสำเร็จของคลินิกได้ร้อยละ 7.6 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางบวก ได้แก่ ปัจจัยด้านเครื่องมือ และปัจจัยด้านวิธีการบริหาร เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ปัจจัยด้านเครื่องมือสามารถร่วมกันอธิบายความสำเร็จของคลินิกได้ร้อยละ 5.7 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 โดยเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย มีอิทธิพลทางบวกต่อความสำเร็จของคลินิก ขณะที่ปัจจัยด้านวิธีการบริหารสามารถร่วมกันอธิบายความสำเร็จได้ร้อยละ 2.8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรคอย่างครบถ้วน มีอิทธิพลทางบวกต่อความสำเร็จของคลินิก ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการการบูรณาการเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือบริหารจัดการ (SWOT Analysis) เพื่อหาช่องว่างในตลาดและการปรับตัวที่รวดเร็ว เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กนกพร กระจ่างแสง. (2562). การจัดการนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย สู่ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและผลการดำเนินงานขององค์การ. ใน ดุษฏีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
กรกัญญ์ญารัก บุญสุขเกิด และนพรุจ ศักดิ์ศิริ. (2565). แนวทางสู่ความสำเร็จของการควบคุมมาตรฐานคลินิกด้านความงามในประเทศไทย. วารสารสังคมศาสตร์, 11(1), 37-48.
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2563). รายงานการวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์ Strategic analysis (SWOT analysis) ประกอบการจัดทำทิศทาง เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปี (พ.ศ. 2565 - 2574). เรียกใช้เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2569 จาก https://shorturl.asia/O95pF
กองสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2568). ข้อมูลสถิติสถานพยาบาล 68. เรียกใช้เมื่อ 16 มิถุนายน 2569 จาก https://shorturl.asia/QcTO8
ปิยตา จตุเทน และคณะ. (2568). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อการเติบโตของผู้ประกอบการธุรกิจ คลินิกเสริมความงามในประเทศไทย. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(1), 158-172.
พีระยุทธ มั่งคั่ง. (2567). แนวทางเชิงกลยุทธ์ของศูนย์สุขภาพและความงามในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(10), 1351-1365.
วิรินทร์ญา เลิศพัฒนกิตติ์ และคณะ. (2567). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของระบบบริหารจัดการคลินิกเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 14(3), 914-929.
ศรันย์ รัตนจรัสกุล และคณะ. (2567). แบบจำลองการเสริมสร้างความภักดีของลูกค้าคลินิกเสริมความงาม ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 7(2), 543-556.
ศิริลักษณ์ สีสมบัติ และสุรชัย พิมหา. (2567). ปัจจัยแห่งความสำเร็จและการสื่อสารที่มีผลต่อการปฏิบัติงานตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 6(2), 1-18.
สมบูรณ์ สารพัด และคณะ. (2562). หลักการและทฤษฏีการวัดผลการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้ Balanced Scorecard และการนำไปประยุกต์ใช้. สยามวิชาการ, 20(1), 35-48.
สุดาฟ้า วงศ์หาริมาตย์. (2563). รูปแบบนวัตกรรมบริการโดยประยุกต์แนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่โดยการวางระบบบริหารราชการแบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(2), 332-344.
Alsaqqa H. H. (2023). Healthcare Organizations Management: Analyzing Characteristics, Features and Factors, to Identify Gaps "Scoping Review". Health Services Insights, 16, https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10161313/
Drucker P. F. (1970). Technology, Management, and Society: Essays. New York: Harper & Row.
Kaplan, R. S. & Norton, D. P. (1996). The Balanced Scorecard. Boston: Translating Strategy into Action. Boston: Harvard Business School Press.
Kraus, S. et al. (2021). Digital Transformation: An Overview of the Current State of the Art of Research. SAGE Open, 11(3), 1-15.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Yusuf, A. et at. (2025). The Role of Technology in Enhancing Healthcare Administration and Service Delivery. CogNexus, 1(2), 37-50.