แพลตฟอร์มประเมินสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของครูในยุคดิจิทัล และวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำไปใช้จริง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้สมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ของครูยุคดิจิทัล 2) พัฒนาแพลตฟอร์มประเมินสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของครูในยุคดิจิทัล และ 3) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำไปใช้จริง ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี โดยเชิงคุณภาพเป็นการทบทวนวรรณกรรมจากเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสังเคราะห์ตัวบ่งชี้ ใช้เครื่องมือเป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแพลตฟอร์ม โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาสื่อนวัตกรรม จำนวน 5 ราย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและสรุปภาพรวม ส่วนเชิงปริมาณใช้เครื่องมือเป็นแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้แพลตฟอร์ม มีค่าดัชนีความเที่ยงตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ (S-CVI) เท่ากับ 0.96 ค่าดัชนีความเชื่อมั่นโดยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach เท่ากับ 0.95 เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จำนวน 190 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบและตัวบ่งชี้สมรรถนะด้าน ICT ของครูยุคดิจิทัล มี 5 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 54 ตัวบ่งชี้ 2) แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพโดยรวมในระดับดีมาก ( = 4.53, S.D. = .14) ที่มีความเหมาะสมในการนำไปใช้งานจริง และ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการนำแพลตฟอร์มไปใช้งานจริงของกลุ่มผู้ใช้ ด้านการออกแบบโปรแกรม มีผลต่อการนำแพลตฟอร์มไปใช้มากที่สุด ร้อยละ 81 รองลงมา คือด้านการจัดเก็บข้อมูล มีผลต่อการนำแพลตฟอร์มไปใช้ ร้อยละ 80 ด้านการนำเสนอข้อมูล มีผลต่อการนำแพลตฟอร์มไปใช้ ร้อยละ 58 และด้านการสืบค้นข้อมูล มีผลต่อการนำแพลตฟอร์มไปใช้ ร้อยละ 36 ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ขวัญชัย หายหัตถี. (2556). สมรรถภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของครูผู้สอนคอมพิวเตอร์กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา. ใน สารนิพนธ์หลักสูตรการศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์. มหาวิทยา ลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชูศักดิ์ ตินอาสา. (2560). โมเดลความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนกีฬา. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 11(1), 47-55.
ปิยธันว์ เบญจเทพรัศมี. (2557). สมรรถนะครูเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในศตวรรษที่ 21. เรียกใช้เมื่อ 18 มิถุนายน 2558 จาก https://www.slideshare.net/ninenanza/21-20347502
เรขญา จุลวรรคนานนท์ และประพล เปรมทองสุข. (2566). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการแอปพลิเคชั่นบัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้งของผู้ประกอบการรายย่อยในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 325-338.
ศิริพร โรจนโกศล และคณะ. (2564). การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อประเมินสมรรถนะการปฏิบัติงานสำหรับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 8(1), 20-32.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2565). ระบบศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. เรียกใช้เมื่อ 26 พฤษภาคม 2566 จาก https://exchange.moe.go.th/web/Login.htm
สำนักงานศึกษาธิการภาค 5. (2562). แผนพัฒนาด้านการศึกษาระดับกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (พ.ศ. 2563 - 2565). เรียกใช้เมื่อ 10 ตุลาคม 2564 จาก https://shorturl.asia/IzfTv
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Gupta, P. & Govil, M. C. (2010). MVC Design Pattern for the multi framework distributed applications using XML, spring and struts framework. International Journal on Computer Science and Engineering, 2(4), 1047-1051.
Hair, J. F. et al. (2010). Multivariate Data Analysis. (7th ed.). Harlow: Pearson Education Limited.
Leau, Y. B. et al. (2012). Software development life cycle AGILE vs traditional approaches. In International Conference on Information and Network Technology, 37(1), 162-167.
Likert, R. (1932). A technique for measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5-55.
Waltz, C. W. & Bausell, R. B. (1981). Nursing Research: Design, Statistics and Computer Analysis. Philadelphia, PA: F.A. Davis.