ความเข้าใจและแนวทางการประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) สำรวจข้อมูลทั่วไปของงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย และ 2) วิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว
ในประเทศไทย งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร (documentary research) โดยเลือกวิเคราะห์จากบทความวิจัยที่ศึกษาหรือประเมินศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในบริบทต่าง ๆ โดยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการในรอบ 15 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2553 - 2568) และใช้แบบบันทึกข้อมูลในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อเรื่องที่ศึกษา พื้นที่ที่ศึกษา กลุ่มตัวอย่าง/ผู้ให้ข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และผลการวิจัย เป็นต้น ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก 2 ฐานข้อมูล คือ Google Scholar และ Thailand Citation Index (TCI) เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลร่วมกันจากทั้ง 2 ฐาน และใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและสถิติเชิงพรรณนาในการแปลผล โดยพบงานวิจัยที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ตั้งไว้จำนวนทั้งสิ้น 69 เรื่อง ผลการวิจัยพบว่า 1) งานวิจัยส่วนใหญ่ศึกษาในพื้นที่ภาคใต้และมุ่งเน้นการศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชน โดยนิยมใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม และ 2) ผลการวิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว พบว่า ผู้ประเมินและเครื่องมือประเมินแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันตามบริบท โดยงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าไม่มีวิธีการประเมินใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด ดังนั้น นักวิจัยจึงควรเลือกใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน/เชิงบูรณาการ (mixed/integrated methods) ทั้งจากผู้ให้ข้อมูลและเครื่องมือประเมินที่หลากหลาย โดยปรับปรุงเครื่องมือให้มีความยืดหยุ่นตามสภาพพื้นที่ เพื่อให้ได้ผลการประเมินที่ครอบคลุม น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้พัฒนาพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กัลยา สว่างคง และประสพชัย พสุนนท์. (2559). การศึกษาดัชนีศักยภาพแหล่งท่องเที่ยว กรณีศึกษา แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกในจังหวัดสระบุรี. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 9(1), 1157-1172.
จารุณี คงกุล และคณะ. (2564). การศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บ้านกมลา ตำบลกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต. วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 5(2), 319-350.
ธารีทิพย์ เหล่าวิโรจนกุล และอัศวิน แสงพิกุล. (2566). การวิเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ: แนวทางสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 18(1), 129-143.
นิจกานต์ หนูอุไร. (2562). การศึกษาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ชุมชนลุ่มน้ำ คลองป่าพะยอม คลองท่าแนะ จังหวัดพัทลุง. วารสารเทคโนโลยีภาคใต้, 12(2), 53-64.
นิติพงษ์ ทนน้ำ และชิดชนก อนันตมงคลกุล. (2567). การประเมินศักยภาพการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามเกณฑ์การประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน: ตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 12(3), 327-338.
ปาริฉัตร สิงห์ศักดิ์ตระกูล และพัชรินทร์ เสริมการดี. (2556). การศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชนบ้านทุ่งมะปรัง อำเภอควนโดนและบ้านโตนปาหนัน อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล. วารสารสุทธิปริทัศน์, 27(82), 97-112.
พวงเพชร ฤทธิพรพันธุ์ และคณะ. (2569). ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนกะปง จังหวัดพังงา. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 6(1), 335-346.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2568). ไทยเที่ยวไทยปี 2568 คาดโต 2.2% ชะลอลงจากปีก่อน เทรนด์คนไทยเที่ยวเมืองน่าเที่ยว(เมืองรอง) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น. เรียกใช้เมื่อ 7 มิถุนายน 2569 จาก https://shorturl.asia/XS8n5
สรัญญา จันทร์ชูสกุล. (2560). การประเมินคุณภาพวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(2), 1060-1075.
Bowen, G. A. (2008). Naturalistic Inquiry and the Saturation Concept: A Research Note. Qualitative Research, 8(1). https://doi.org/10.1177/1468794107085301
Zafeiropoulos, G. & Drinia, H. (2023). GEOAM: A Holistic Assessment Tool for Unveiling the Geoeducational Potential of Geosites. Geosciences, 13(7), 1-26.