แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรมสำหรับงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติ ในจังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

กนิษฐา พวงศรี
โอภาส ชมชื่น

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ปัจจัยในการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรมสำหรับงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ 2) วิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรมสำหรับงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เจ้าของแกลเลอรี หอศิลป์ และพื้นที่จัดนิทรรศการ จำนวน 23 คน และผู้ตอบแบบสอบถามและสนทนากลุ่ม ได้แก่ ศิลปิน อาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจงานทัศนศิลป์ จำนวน 50 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม และแบบสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วย
สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรม ประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพของพื้นที่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึง ด้านทรัพยากรมนุษย์และเครือข่าย และด้านการบริหารจัดการและนโยบาย 2) ศักยภาพของพื้นที่ศิลปกรรมในอำเภอเมืองเชียงใหม่โดยรวมอยู่ในระดับมาก (equation = 4.16, S.D. = 0.66) โดยด้านภาพลักษณ์ของเมืองมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับปานกลาง (equation = 3.53, S.D. = 0.79) และด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนอยู่ในระดับมาก (equation = 4.10, S.D. = 0.65) และ 3) แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรมเพื่อรองรับการจัดนิทรรศการศิลปะนานาชาติควรมุ่งเน้นพัฒนาด้านกายภาพของพื้นที่ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึง การเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปกรรม การพัฒนาระบบบริหารจัดการและนโยบายที่เอื้อต่อการขับเคลื่อนงานศิลปกรรม ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อยกระดับจังหวัดเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางนิทรรศการศิลปะนานาชาติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พวงศรี ก., & ชมชื่น โ. (2026). แนวทางการพัฒนาพื้นที่ทางด้านศิลปกรรมสำหรับงานนิทรรศการศิลปะนานาชาติ ในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(8), 184–193. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/301422
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ. (2561). Chiang Mai Creative City. เรียกใช้เมื่อ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://resource.tcdc.or.th/ebook/Chiang.Mai.Creative.City.pdf

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน). (2565). รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย. เรียกใช้เมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 จาก https://opendata.cea.or.th

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp. 241-258). New York: Greenwood Press.

Duxbury, N. et al. (2015). Cultural mapping as cultural inquiry. Oxfordshire: Routledge.

European Commission. (2019). Cultural and creative cities monitor Publications Office of the European Union. Retrieved May 19, 2026, from https://shorturl.asia/6ptYA

Howkins, J. (2001). The creative economy: How people make money from ideas. London: Penguin.

Landry, C. (2000). The creative city: A toolkit for urban innovators. Barcelona: Earthscan.

UNCTAD. (2024). Creative economy programme. Retrieved May 26, 2026, from https://shorturl.asia/T7ZMl

UNESCO. (2013). Creative Economy Report 2013 Special Edition: Widening Local Development Pathways. Paris: UNESCO

UNESCO. (2020). Culture in crisis: Policy guide for a resilient creative sector. Paris: UNESCO

UNESCO. (2022). Culture|2030 indicators UNESCO. Paris: UNESCO

UNESCO. (2024). UNESCO Creative Cities Network. Retrieved May 11, 2026, from https://shorturl.asia/Q42be