การประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการพัฒนาผู้เรียนและ ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในสังกัดกองกำกับการตำรวจชายแดนที่ 43
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะด้านการพัฒนาผู้เรียน และด้านการบริหารจัดการชั้นเรียนไปทดลองใช้ และประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการพัฒนาผู้เรียนและด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน เป็นการวิจัยและพัฒนา ประชากร คือ ครู 15 โรงเรียนในสังกัด จำนวน 131 คน กลุ่มตัวอย่าง 15 คน ติดตามการนำไปใช้ 2 คน จากการเลือกแบบเจาะจง และประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน เครื่องมือ คือ รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะ แบบประเมินความเป็นประโยชน์และความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า เมื่อนำสมรรถนะทั้งสองรูปแบบ ทดลองใช้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและการติดตามผล ครูสามารถนำรูปแบบไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจหลักการมีส่วนร่วม สามารถจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้ ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า ด้านการพัฒนาผู้เรียน ความเป็นประโยชน์ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67, S.D. = 0.51) และความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.64, S.D. = 0.54) ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน ความเป็นประโยชน์ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.59, S.D. = 0.31) และความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.47, S.D. = 0.62) ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสมกับบริบทของ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพครู ในสถานศึกษาที่มีบริบทใกล้เคียงกัน เช่น โรงเรียนบนพื้นที่สูง โรงเรียนเกาะ เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนและการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เกียรติสุดา ศรีสุข. (2566). การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. วารสารวิธีวิทยาการวิจัย, 36(3), 232-252.
จารุชา สมศรี. (2566). รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในศตวรรษที่ 21. ใน วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยพะเยา.
นวพร อัจฉริยะเกียรติ และภาวิณี โสธายะเพ็ชร. (2568). แนวทางการส่งเสริมคุณภาพครู ประถมศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารธรรมะเพื่อชีวิต, 31(2), 374-391.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระภัทรชัยญกรณ์ ขนฺติยุตฺโต. (2567). รูปแบบการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสู่การเป็นครูมืออาชีพ. วารสารนิเวศวิทยาปัญญา, 3(1), 1-14.
พัชยากรณ์ พูลเกตุ และคณะ. (2568). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูในโรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 15(1), 255-270.
พิสณุ ฟองศรี. (2564). วิจัยทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2560). การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มูลนิธิโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพระราชูปถัมภ์ฯ. (2568). ประวัติความเป็นมา. เรียกใช้เมื่อ 15 มีนาคม 2569 จาก https://www.bppsf.com/ความเป็นมา/
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2570. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). แนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูเชิงพื้นที่. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Darling Hammond, L. (2017). Teacher education around the world: What can we learn from international practice? European Journal of Teacher Education, 40(3), 291-309.
Johnson, B. & Christensen, L. (2004). Educational research: Quantitative, qualitative and mixed approach. (2nd ed.). Boston: Pearson Education.
Kahn, R. L. et al. (1964). Organizational stress: Studies in role conflict and ambiguity. Hoboken: John Wiley & Sons.