กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภาคตะวันออกตอนบน (ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว)

Main Article Content

กีรฉัตร วันช่วย
นีรนุช เนื่องวัง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของนโยบายภาครัฐ บริบทธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางการตลาด คุณลักษณะของผู้ประกอบการ กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงบูรณาการ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ OTOP โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้ประกอบการ OTOP จำนวน 300 ราย จากประชากรทั้งหมด 2,388 ราย ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.892 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 16 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่ออธิบายปัจจัยและแนวทางการพัฒนาที่ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ OTOP อย่างยั่งยืนผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยเชิงบูรณาการทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านนโยบายจากภาครัฐ ด้านบริบทธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางการตลาด ด้านคุณลักษณะของผู้ประกอบการ ด้านกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ และด้าน กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ สามารถร่วมกันอธิบายความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการได้ร้อยละ 56.50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 โดยพบว่า คุณลักษณะของผู้ประกอบการและกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุด ขณะที่นโยบายภาครัฐและบริบทตลาดมีบทบาททั้งในด้านการสนับสนุนและเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีศักยภาพในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้ช่องทางการตลาดดิจิทัลเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังคงพึ่งพาการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก ส่งผลให้ความได้เปรียบทางการแข่งขันยังไม่มั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบช่องว่างด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความสามารถเชิงกลยุทธ์ ดังนั้น การพัฒนา OTOP ควรมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรม การสร้างแบรนด์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วันช่วย ก., & เนื่องวัง น. (2026). กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภาคตะวันออกตอนบน (ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(7), 122–134. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/301280
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการพัฒนาชุมชน. (2565). แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของกรมการพัฒนาชุมชน. กระทรวงมหาดไทย. เรียกใช้เมื่อ 15 เมษายน 2569 จาก https://shorturl.asia/0rfa9

กรมการพัฒนาชุมชน. (2566). รายงานผลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย.

พัทธมน บุณยราศรัย และฉัตรฤดี จองสุรียภาส. (2561). ปัจจัยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลของไทย. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย, 13(2), 37-60.

Best, J. W. (1977). Research in education. (3rd ed.). New Jersey: Prentice-Hall.

Fujimoto, I. (1992). Lessons from abroad in rural community revitalization: The One Village, One Product movement in Japan. Community Development Journal, 27(1), 10-20.

Kim, W. C. & Mauborgne, R. (2015). Blue ocean strategy: How to create uncontested market space and make the competition irrelevant (Expanded ed.). USA: Harvard Business Review Press.

Kotler, P. & Keller, K. L. (2016). Marketing management. (15th ed.). Boston: Pearson Education.

Lumpkin, G. T. & Dess, G. G. (1996). Clarifying the entrepreneurial orientation construct and linking it to performance. Academy of Management Review, 21(1), 135-172.

Natsuda, K. et al. (2012). One village one product–Rural development strategy in Asia: The case of OTOP in Thailand. Canadian Journal of Development Studies, 33(3), 369-385.

Nguyen, T. A. (2013). One Village One Product (OVOP) in Japan to One Tambon One Product (OTOP) in Thailand: Lessons for Grass Root Development in Developing Countries. Journal of Social and Development Sciences, 4(12), 529-537.

Porter, M. E. (1985). Competitive Advantage: Creating and Sustaining Superior Performance. New York: Free Press.

Tabachnick, B. G. & Fidell, L. S. (2013). Using multivariate statistics. (6th ed.). Boston: Pearson Education.

Teece, D. J. et al. (1997). Dynamic capabilities and strategic management. Strategic Management Journal, 18(7), 509-533.