การพัฒนาโมเดลแก้จนจังหวัดสุรินทร์ด้วยแนวคิด “ธรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเกื้อกูล” สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์และจิตใจให้พึ่งตนเองได้ 2) พัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 3) ถ่ายทอดหลักสูตรการวางแผนการผลิตและการตลาดผ่านศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจเกษตรอินทรีย์ และ 4) พัฒนาโมเดลแก้จนตามกรอบแนวคิดการดำรงชีพอย่างยั่งยืน ในจังหวัดสุรินทร์ ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา ประชากร คือ ครัวเรือนยากจน ในพื้นที่ตำบลยะวึก อำเภอชุมพลบุรี และตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จำนวน 820 ครัวเรือน กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง ตามความสมัครใจ รวม 330 ครัวเรือน เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย แบบสำรวจทุนการดำรงชีพ ชุดหลักสูตรการเรียนรู้ 3 หลักสูตร และแนวคำถามสนทนากลุ่ม เก็บข้อมูลผ่านการสำรวจและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ค่าเฉลี่ย, ร้อยละ) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า โมเดล “ธรรมเกษตรอินทรีย์ วิถีเกื้อกูล” สามารถยกระดับทุนมนุษย์ในการดำรงชีพโดยใช้หลักธรรมอัตตาหิ อัตโนนาโถ และบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง เริ่มจาก พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น สู่บุญและทาน และต่อยอดเป็นเก็บ ขาย และเครือข่าย เกิดทักษะการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อาทิ ระบบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ นวัตกรรมโรงเรือนต้นทุนต่ำ สารปรับปรุงดินชีวภาพและสารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืช ควบคู่กับการพัฒนาทุนทางสังคมผ่านระบบพี่เลี้ยงปราชญ์ชาวบ้านและเครือข่ายความร่วมมือจาก 24 หน่วยงาน ส่งผลให้ครัวเรือนเป้าหมายสามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยร้อยละ 73.67 ต่อปี และมีความมั่นคงทางอาหารเพิ่มขึ้น โดยลดรายจ่ายลงร้อยละ 28.99 ต่อปี นำไปสู่การลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ด้วยการเสริมความมั่นคงทางอาหาร ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอก และเพิ่มศักยภาพการจัดการทรัพยากรด้วยตนเอง ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ขจรศักดิ์ วงศ์วิราช และคณะ. (2566). รูปแบบการแก้ปัญหาความยากจนแบบมุ่งเป้าพื้นที่ตำบลหัวเมือง อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(12), 12-23.
ทิวากร เหล่าลือชา และคณะ. (2566). การพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการแบบร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ กรณีศึกษาพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ระยะที่ 3. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 1169-1184.
นนทนันท์ พลพันธ์ และคณะ. (2567). การพัฒนาโมเดลแก้จนระดับพื้นที่เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมในโซนพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(8), 51-68.
นิตยา เคหะบาล และคณะ. (2568). นวัตกรรมการบริหารจัดการแปลงรวมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชนด้วยโมเดลธุรกิจผักปลอดภัย. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 14(3), 739-753.
ปรมัตถ์ โพดาพล และคณะ. (2568). การพัฒนาโมเดลแก้จนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำ กรณีศึกษา ตำบลดงครั่งน้อย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารศรีวนาลัยวิจัย, 15(2), 305-319.
พงษ์ชาญ ณ ลำปาง และคณะ. (2565). การพัฒนาภาคีเครือข่ายด้วยนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในจังหวัดสุรินทร์ แบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
ละมัย ร่มเย็น และคณะ. (2568). การพัฒนาทักษะอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อแก้ไขปัญหา
ความยากจนด้านรายได้: กรณีอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร. วารสารวิชาการ มทร.สุวรรณภูมิ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 10(1), 97-112.
วันชัย ชูศรีสุข และธนรัฐ สะอาดเอี่ยม. (2568). พุทธกสิกรรมธรรมชาติกับการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ตำบลหนองบัวบาน อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์. วารสารพัฒนศึกษาศาสตร์, 1(1), 14-25.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง หน้า 1 (1 ตุลาคม 2565).
DFID. (1999). Sustainable Livelihoods Guidance Sheets. London: Department for International Development.
Natarajan, N. et al. (2022). A sustainable livelihoods framework for the 21st century. World Development, 155, 105898. https://doi.org/10.1016/j.worlddev.2022.105898