การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหา ด้านการผดุงครรภ์ของนักศึกษาพยาบาลในสถาบันอุดมศึกษา

Main Article Content

ดวงเดือน ดวงสำราญ
กิตติพันธ์ หันสมร
จักรกฤษณ์ โปณะทอง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการแก้ปัญหาด้านการผดุงครรภ์ของนักศึกษาพยาบาล ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสมผสานชนิดขนานที่บรรจบกัน อิงกรอบทฤษฎีการคิดเชิงวิพากษ์ของ Facione ร่วมกับดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหาร อาจารย์ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 3 - 4 และพยาบาลพี่เลี้ยง รวม 138 คน จาก 24 สถาบันภาครัฐ คัดเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วนภูมิภาค และสัมภาษณ์เชิงลึก 22 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม 30 ข้อ ครอบคลุมสมรรถนะ 4 ด้าน (IOC = 0.90, Cronbach's alpha = 0.92) และแนวคำถามกึ่งโครงสร้าง (IOC = 0.87) วิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ PNI modified เชิงคุณภาพด้วย Reflexive Thematic Analysis และบูรณาการด้วย Joint Display ผลการวิจัยพบว่าสมรรถนะโดยรวมอยู่ในระดับมาก (equation = 3.84) แต่ด้านการคิดและการตัดสินใจมีคะแนนต่ำสุดและความต้องการจำเป็นสูงสุด (equation = 3.56, PNI modified = 0.35) รองลงมา ได้แก่ ด้านการปฏิบัติและการจัดการ ด้านการพัฒนาคุณภาพการดูแล และด้านความรู้และการประเมิน ข้อมูลเชิงคุณภาพยืนยัน 5 ปัญหาสำคัญ ได้แก่ การขาดการคิดวิเคราะห์เชิงระบบ การไม่สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ความไม่มั่นใจในการตัดสินใจทางคลินิก ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของแหล่งฝึก และความแตกต่างของกรอบทฤษฎีระหว่างสถาบัน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ประการ ได้แก่ 1) จัดการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลองที่เน้นการคิดเชิงระบบ 2) ส่งเสริมการใช้คำถามกระตุ้นเหตุผลทางคลินิกในการนิเทศ และ 3) นำ PNI modified เป็นฐานกำหนดมาตรฐานการจัดสรรทรัพยากรการสอนด้านผดุงครรภ์ระดับชาติ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ดวงสำราญ ด., หันสมร ก., & โปณะทอง จ. (2026). การศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหา ด้านการผดุงครรภ์ของนักศึกษาพยาบาลในสถาบันอุดมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(7), 135–146. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/300017
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ กุลชาติ และคณะ. (2565). ผลของการใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงในการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติวิชาปฏิบัติการผดุงครรภ์ต่อความรู้ ความพึงพอใจและความมั่นใจในตนเองของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 45(1), 112-123.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม. (2567). แผนเพิ่มการผลิตบุคลากรสาขาการพยาบาล ปีการศึกษา 2566 - 2570. เรียกใช้เมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/egFSB

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข. (2567). สถิติสาธารณสุข 2505-2566. เรียกใช้เมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 จาก https://spd.moph.go.th/health-status/

ขวัญฤทัย ธรรมกิจไพโรจน์ และคณะ. (2566). การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาพยาบาล: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, 6(1), 5-28.

พูลทรัพย์ ลาภเจียม. (2562). ผลของการเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นฝึกปฏิบัติงานต่อความรู้และทักษะการปฏิบัติการพยาบาลมารดา ทารกและผดุงครรภ์ ของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีเชียงใหม่. ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์, 9(2), 42-54.

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย. (2566). ประกาศจุดยืน เรื่อง การผ่าตัดคลอด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566). เรียกใช้เมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.rtcog.or.th/news/view/54

ลักขณา ไชยนอก และคณะ. (2566). ผลของโปรแกรมเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกภาคปฏิบัติในห้องคลอดโดยการเรียนรู้ผ่านตัวแบบและสาธิตย้อนกลับต่อความเครียดและความพร้อมของนักศึกษาพยาบาล. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 41(1), 1-14.

สภาการพยาบาล. (2553). สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพและพยาบาลเทคนิค. กรุงเทพมหานคร: สภาการพยาบาล.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรุณี ศรีสุยิ่ง และคณะ. (2562). สมรรถนะการพยาบาลมารดาทารกและการผดุงครรภ์ของนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 15(3), 142-150.

Baayd, J. et al. (2023). Context matters: Factors affecting implementation of simulation training in nursing and midwifery schools in North America, Africa and Asia. Clinical Simulation in Nursing, 75, 1-10. https://doi.org/10.1016/j.ecns.2022.10.004

Babbie, E. R. (2010). The practice of social research. (12th ed.). Belmont, CA: Wadsworth Cengage Learning.

Best, J. W. (1977). Research in education. (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Braun, V. & Clarke, V. (2022). Thematic analysis: A practical guide. London: SAGE.

Creswell, J. W. & Plano Clark, V. L. (2018). Designing and conducting mixed methods research. (3rd ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

Facione, P. A. (2015). Critical thinking: What it is and why it counts. Retrieved May 6, 2026, from https://www.law.uh.edu/blakely/advocacy-survey/Critical%20Thinking%20Skills.pdf

Gay, L. R. & Diehl, P. L. (1992). Research methods for business and management. New York: Macmillan.

International Confederation of Midwives. (2024). Essential competencies for midwifery practice. Retrieved May 6, 2026, from https://shorturl.asia/EYm73

Kim, J. & Lee, K. (2025). Readiness for practice among nursing college graduates: A cross-sectional correlation study. SAGE Open Nursing, 11, 23779608251371497. https://doi.org/10.1177/23779608251371497

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.

Krippendorff, K. (2004). Content analysis: An introduction to its methodology. (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage.

Kvale, S. & Brinkmann, S. (2015). InterViews: Learning the craft of qualitative research interviewing. (3rd ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

Landis, J. R. & Koch, G. G. (1977). The measurement of observer agreement for categorical data. Biometrics, 33(1), 159-174.

Lee, T. et al. (2023). Factors related to readiness for practice among undergraduate nursing students: A systematic review. Nurse Education in Practice, 69, 103614. https://doi.org/10.1016/j.nepr.2023.103614

Miller, G. E. (1990). The assessment of clinical skills/competence/performance. Academic Medicine, 65(9 Suppl), S63-S67. https://doi.org/10.1097/00001888-199009000-00045

Moloney, M. et al. (2022). Final year undergraduate nursing and midwifery students' perspectives on simulation-based education: A cross-sectional study. BMC Nursing, 21(1), 299. https://doi.org/10.1186/s12912-022-01084-w

Page, M. J. et al. (2021). The PRISMA 2020 statement: An updated guideline for reporting systematic reviews. BMJ, 372, n71. https://doi.org/10.1136/bmj.n71

Patton, M. Q. (2015). Qualitative research & evaluation methods. (4th ed.). Thousand Oaks, CA: SAGE.

Saifan, A. et al. (2021). Solutions to bridge the theory-practice gap in nursing education in the UAE: A qualitative study. BMC Medical Education, 21(1), 490. https://doi.org/10.1186/s12909-021-02919-x

Ugwu, S. N. et al. (2023). Causes and effects of theory-practice gap during clinical practice: The lived experiences of baccalaureate nursing students. International Journal of Qualitative Studies on Health and Well-being, 18(1), 2164949. https://doi.org/10.1080/17482631.2023.2164949.

World Health Organization. (2020). State of the world's nursing 2020: Investing in education, jobs and leadership. Geneva: World Health Organization.