การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่ เพื่อความยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ จังหวัดน่าน

Main Article Content

จิตสุภา กิติผดุง
วทัญญู ใจบริสุทธิ์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาห่วงโซ่อุปทานของวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ โดยใช้กรอบแนวคิด SCOR Model 2) วิเคราะห์การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่เพื่อสร้างความยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ ดำเนินการเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 ท่าน ประกอบด้วย ผู้นำสมาชิกวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาด้วยวิธีตรวจสอบสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า 1) จุดแข็งหลักของห่วงโซ่อุปทานวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ คือ
ความยืดหยุ่นของระบบ การสร้างเครือข่ายพันธมิตรเชิงชุมชน และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์ ขณะที่จุดอ่อน คือ ข้อจำกัดด้านระบบสารสนเทศ กำลังการผลิต และการพึ่งพาตัวบุคคล 2) การขับเคลื่อนความยั่งยืนใช้ 6 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาพันธมิตรเชิงชุมชน การผสานเทคโนโลยีกับภูมิปัญญา การปรับโมเดลสู่ B2B
การบริหารแรงงานตามวิถีชีวิต การจัดการทรัพยากรหมุนเวียน และการสื่อสารผ่านการเล่าเรื่อง ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ที่สำคัญ ได้แก่ 1) สามารถยกระดับมูลค่าเพิ่มให้แก่ข้าวสาลีท้องถิ่นได้ มากกว่า 10 เท่า ผ่านกระบวนการแปรรูปที่ได้รับมาตรฐาน อย. และ GMP 2) การปรับเปลี่ยนสู่ตลาด B2B ช่วยสร้างรายได้หลักที่แน่นอนคิดเป็น ร้อยละ 50 - 60 ของรายได้ทั้งหมด และ 3) การใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Zero Waste) เปลี่ยนเศษเหลือจากการผลิตเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ย ช่วยลดต้นทุนการผลิตและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ องค์ความรู้ที่ได้ คือ รูปแบบ 3I Model แสดงถึงวิสาหกิจชุมชนสามารถบรรลุความยั่งยืนโดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการสมัยใหม่ และความยั่งยืนแต่ละมิติเสริมสร้างซึ่งกันและกันในการประยุกต์ใช้กับวิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กิติผดุง จ., & ใจบริสุทธิ์ ว. (2026). การบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่ เพื่อความยั่งยืน: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนน่านมอลต์ จังหวัดน่าน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(5), 79–88. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/300015
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมการเกษตร. (2567). จำนวนวิสาหกิจชุมชนที่อนุมัติการจดทะเบียนปี 2567. เรียกใช้เมื่อ 1 เมษายน 2569 จาก https://shorturl.asia/pIWJj

กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2565). โครงการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย. ใน รายงานการวิจัย. กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชูเกียรติ พงศ์พนาพิพัฒน์. (2563). กลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอุ่มแสง (เกษตรทิพย์). วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 4(3), 1-14.

ทาริกา สระทองคำ และคณะ. (2565). รูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าในยุคอนาคต. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 239-250.

นันทวัน ชูช่วย และคณะ. (2563). การปรับตัวของวิสาหกิจชุมชนในยุคดิจิทัล. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 8(2), 145-160.

พิมพ์ปวีณ์ มะณีวงค์ และสุภาวดี มะณีวงค์. (2567). การจัดการห่วงโซ่อุปทานสินค้าชุมชนสู่การยกระดับความได้เปรียบทางการแข่งขันสำหรับผู้ประกอบการขนมหวานเมืองเพชรบุรี. วารสารมหาวิทยาลัยคริสเตียน, 30(4), 62-75.

ศิริพร เลิศยิ่งยศ. (2561). ความยืดหยุ่นของวิสาหกิจชุมชนไทยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ. วารสารเศรษฐศาสตร์ประยุกต์, 25(1), 112-130.

สนิทเดช จินตนา. (2562). ความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานรากในการพึ่งพาตนเองของวิสาหกิจชุมชนในประเทศไทย. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์และความมั่นคง. มหาวิทยาลัยบูรพา.

สมชาย ภัทรธนกุล และคณะ. (2559). การประเมินผลโครงการ OTOP ในประเทศไทย. วารสารนโยบายสาธารณะและการจัดการ, 13(2), 67-89.

สุพัตรา สุภาพ และคณะ. (2558). การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานของวิสาหกิจชุมชน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, 9(1), 234-250.

Cavite, H. J. M. & Suwanmaneepong, S. (2022). Supply chain structure and constraints of a rice production community enterprise: Evidence from rural Thailand. International Journal of Agricultural Technology, 18(3), 951-964.

Christopher, M. (2016). Logistics & supply chain management. (5th ed.). London: Pearson.

Christopher, M. & Peck, H. (2004). Building the resilient supply chain. The International Journal of Logistics Management, 15(2), 1-14. https://doi.org/10.1108/09574090410700275

Denzin, N. K. (1978). The research act: A theoretical introduction to sociological methods. (2nd ed.). New York: McGraw-Hill.

Howe, N. & Strauss, W. (2000). Millennials rising: The next great generation. New York: Vintage Books.

Huan, S. H. et al. (2004). A review and analysis of supply chain operations reference (SCOR) model. Supply Chain Management: An International Journal, 9(1), 23-29. https://doi.org/10.1108/13598540410517557

Peattie, K. & Morley, A. (2008). Social enterprises: Diversity and dynamics, contexts and contributions. London: Social Enterprise Coalition.

Petropoulos, F. et al. (2026). Operations & supply chain management: Principles and practice. International Journal of Production Research, 64(1), 330-513. https://doi.org/10.1080/00207543.2025.2555531

Ponomarov, S. Y. & Holcomb, M. C. (2009). Understanding the concept of supply chain resilience. The International Journal of Logistics Management, 20(1), 124-143. https://doi.org/10.1108/09574090910954873

Supply Chain Council. (2011). Supply chain operations reference model: SCOR version 10.0. Washington, DC: Supply Chain Council, Inc.

Thakkar, J. et al. (2009). Supply chain management in SMEs: Development of constructs and propositions. Asia Pacific Journal of Marketing and Logistics, 21(1), 97-131. https://doi.org/10.1108/13555850910926281

Vargo, S. L. & Lusch, R. F. (2008). Evolving to a new dominant logic for marketing. Journal of Marketing, 72(1), 1-17. https://doi.org/10.1509/jmkg.72.1.1