ปัจจัยที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยคุณลักษณะธุรกิจค้าปลีก ปัจจัยการจัดการ คุณภาพการให้บริการ และความสามารถในการดำเนินธุรกิจของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย 2) ศึกษาความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก 3) เปรียบเทียบความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก และ 4) ศึกษาอิทธิพลของปัจจัยการจัดการ คุณภาพการให้บริการ และความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือผู้ประกอบการค้าปลีก จำนวน 265 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการเลือกหลายขั้นตอน และใช้การสุ่มอย่างง่าย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นวิสาหกิจขนาดเล็กที่มีทุนจดทะเบียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีการจ้างงาน 1 - 5 คน และมีสาขา 1 - 2 แห่ง โดยปัจจัยการจัดการ คุณภาพบริการ และความสามารถในการดำเนินธุรกิจภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านกำไรมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3) ผลการเปรียบเทียบ พบว่า ธุรกิจค้าปลีกที่มีจังหวัดที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน ระยะเวลาดำเนินกิจการ และจำนวนสาขาต่างกัน มีระดับความอยู่รอดไม่แตกต่างกัน และ 4) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความอยู่รอดของธุรกิจค้าปลีกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ปัจจัยการจัดการ (ด้านการตลาดและวิธีการจัดการ), คุณภาพการให้บริการ (ด้านความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ) และความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (ด้านต้นทุน)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2567). ข้อมูลการจัดตั้งนิติบุคคลเปรียบเทียบขนาดธุรกิจ S M L. เรียกใช้เมื่อ 3 กรกฎาคม 2567 จาก https://datawarehouse.dbd.go.th/biztype/overview
จรีย์ภัสร์ จุฑาธนัญญ์ และคณะ. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในกรุงเทพมหานคร. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(2), 387-400.
ชัยนาท ชัยมะลิ และสืบชาติ อันทะไชย. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดอุดรธานี. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 11(1), 14-28.
นรินทร์ ตันไพบูลย์. (2567). แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรมปี 2567-2569: ธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่. เรียกใช้เมื่อ 1 สิงหาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/gNlRq
พงษ์พิพัฒน์ มัลลิกะมาลย์ และคณะ. (2567). กลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการพัฒนาเพื่อความอยู่รอดและเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs). วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์, 8(1), 95-106.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2563). การบริหารการตลาดยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร: ห้องสมุดพระองค์เจ้าวิวัฒนไชย.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจและเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน. (2564). สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีก…ท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่. เรียกใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/jXyek
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2565). รายงานสถานการณ์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2564. เรียกใช้เมื่อ 12 มิถุนายน 2567 จาก https://shorturl.asia/cSmJa
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). พลิกโฉมประเทศไทยก้าวไปด้วยกัน รายงานประจำปี 2565. เรียกใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/jZPx1
อารยา องค์เอี่ยม และพงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล. (2561). การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย. วิสัญญีสาร, 44(1), 36-42.
Best, J. W. (1981). Research in education. (4th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper & Row.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The human organization: Its management and value. New York: McGraw-Hill.