การศึกษาองค์ประกอบทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา

Main Article Content

ธันยาภักค์ คมธัชนิธิชยวัศ
เอกลักษณ์ เพียสา
อภิสิทธิ์ สมศรีสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงสำรวจ ดำเนินการวิจัยเป็น 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) การสังเคราะห์องค์ประกอบทักษะชีวิตและอาชีพจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 แหล่ง 2) การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน
เพื่อยืนยันและเพิ่มเติมสาระสำคัญขององค์ประกอบ และ 3) การประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ขององค์ประกอบทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบทักษะชีวิต และอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความยืดหยุ่นและการปรับตัว 2) ความเป็นผู้มีความคิดริเริ่ม 3) ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม 4) ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ 5) การเพิ่มผลผลิตและการรู้รับผิด 6) การใช้เทคโนโลยี และ 7) การแก้ปัญหา โดยองค์ประกอบทั้งหมดผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากการสังเคราะห์เอกสารและการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ ผลการประเมินในภาพรวม พบว่า องค์ประกอบดังกล่าวมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.82 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.02 ขณะที่ความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นกัน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.87 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.01 สะท้อนให้เห็นว่า ทักษะชีวิตและอาชีพเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนระดับประถมศึกษาให้สามารถดำรงชีวิต เรียนรู้ และเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเหมาะสม องค์ประกอบที่ค้นพบสามารถใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร และการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและสังคมไทย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คมธัชนิธิชยวัศ ธ., เพียสา เ., & สมศรีสุข อ. (2026). การศึกษาองค์ประกอบทักษะชีวิตและอาชีพของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(5), 284–294. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/299533
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธีระนันต์ โมธรรม และคณะ. (2566). องค์ประกอบภาวะผู้นำแบบยั่งยืนของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม. วารสารวิจยวิชาการ, 6(3), 77-92.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน์.

พรรณ์ธิดา เหล่าพวงศักดิ์ และนพพร จันทรนำชู. (2565). การพัฒนาตัวบ่งชี้ทักษะชีวิตและอาชีพของนักศึกษาอาชีวศึกษาของประเทศไทย. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 5(1), 88-100.

พลวัฒน์ กัลยาประสิทธิ์. (2566). รูปแบบการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพสำหรับโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. ใน ดุษฎีนิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2564 - 2565) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สิริศักดิ์ นิลเกตุ และคณะ. (2567). การบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะอาชีพของโรงเรียนขยายโอกาสในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอนุภาคลุ่มน้ำโขงในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 9(10), 1817-1830.

Kalyani, L. K. (2024). The Role of Technology in Education: Enhancing Learning Outcomes and 21st Century Skills. International Journal of Scientific Research in Modern Science and Technology, 8(2), 1-5.

Kivunja, C. (2014). Innovative Pedagogies in Higher Education to Become Effective Teachers of 21st Century Skills: Unpacking the Learning and Innovations Skills Domain of the New Learning Paradigm. International Journal of Higher Education, 3(4), 37-48.

OECD. (2018). Teacher practices. Retrieved January 24, 2025, from https://shorturl.asia/IJzd1

Partnership for 21st Century Skills. (2019). Framework for 21st Century Learning Definitions. Partnership for 21st Century Skills. Retrieved January 24, 2025, from https://shorturl.asia/xp1Li

Vargas-Saritama, A. et al. (2024). The Interrelationship Between 21st Century Skills That Enhance Graduate Employability. The New Educational Review, 78(1), 40-50.