การพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบพอดีคำเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา

Main Article Content

ชนกเนตร สิริมโนวงศ์
กรวรรณ สืบสม
นพรัตน์ หมีพลัด

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์องค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบพอดีคำ เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา 2) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ดังกล่าว และ 3) ประเมินประสิทธิผลของกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม ทั้งนี้ ผู้วิจัยเลือกสุ่มกลุ่มตัวอย่างจากระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีช่วงวัยเหมาะสม และมีพัฒนาการสอดคล้องกับเครื่องมือที่พัฒนาขึ้น เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบประเมินความพึงพอใจ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน การออกแบบพัฒนา และการประเมินประสิทธิผล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบของกระบวนการเรียนรู้เน้นการเรียนรู้เนื้อหาผ่านสื่อขนาดสั้น กระชับและทำกิจกรรมแบบผสมผสานทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้และ
มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 2) จากการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวผลการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบพอดีคำ (HERO-Nano Process) ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน วัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน (Highlight, Engage, Reflect, Operate) และการวัดผล ซึ่งผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมสอดคล้องในระดับสูง และมีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 80.00/94.67 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนด 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพได้รับการพัฒนาให้สูงขึ้น และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกระบวนการฯอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สิริมโนวงศ์ ช., สืบสม ก., & หมีพลัด น. (2026). การพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบผสมผสานแบบพอดีคำเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(5), 100–111. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/299485
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองสุขศึกษา. (2566). สรุปผลการประเมินศักยภาพในการจัดการสุขภาพตนเอง ของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. เรียกใช้เมื่อ 15 ตุลาคม 2566 จาก https://shorturl.asia/fS7N4

กัลยาณี ตันตรานนท์ และคณะ. (2561). การประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานในกระบวนวิชาวิทยาการระบาด. พยาบาลสาร, 45(1), 100-109.

ประไพ กิตติบุญถวัลย์ และคณะ. (2565). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของเด็กวัยเรียน. วารสารมจร การพัฒนาสังคม, 7(2), 71-84.

พัชรี ชูกันหอม และคณะ. (2567). ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการควบคุมภาวะอ้วนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางสุขภาพ, 7(1), 1-14.

พิมลพัตร์ ศรีสุวรรณ์ และกอบสุข คงมนัส. (2566). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบเน้นงานปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบพอดีคำเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดสื่อสารสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารเสฎฐวิทย์ปริทัศน์, 3(3), 57-70.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2566). กระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (HEALTH LITERACY). เรียกใช้เมื่อ 20 มีนาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/bXJxT

Aburizaizah, S. J. & Albaiz, T. A. (2021). Review of the Use and Impact of Nano-Learning in Education. Retrieved February 21, 2024, from https://shorturl.asia/JMq2p

Korkmaz, O. & Karakus, U. (2009). The impact of blended learning model on student attitudes towards geography course and their critical thinking dispositions and levels. The Turkish Online Journal of Educational Technology, 8(4), 51-63.

Laverty, R. (2020). Nanolearning: The Future of Learning. Retrieved February 21, 2024, from https://shorturl.asia/v5YXH

Vivekananth, P. (2022). Nanolearning: A new paradigm shift in teaching and learning. International Journal of Engineering and Management Research, 12(1), 112-114.