นโยบายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานการณ์การเกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 2) ศึกษานโยบายของภาครัฐ มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการเกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3) ศึกษาผลจากการดำเนินการจากมาตรการการป้องกันและแก้ปัญหา งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 15 คน ประกอบด้วย กลุ่มบุคลากรภาครัฐ ได้แก่ เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มภาคเอกชน ได้แก่ สถาบันการเงิน และกลุ่มภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่เคยได้รับผลกระทบจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ในพื้นที่เขตยานนาวา เขตบางกะปิ และเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีรูปแบบและพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซับซ้อนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนเป็นวงกว้าง 2) นโยบายและมาตรการของภาครัฐมีการดำเนินการและบูรณาการร่วมกันมากขึ้น การบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยีที่ใช้ในการสืบสวน และความร่วมมือระหว่างประเทศและ 3) ประชาชนยังขาดความรู้เท่าทันทางดิจิทัล ทำให้ยังคงตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ผลการวิจัยได้นำไปสู่การพัฒนา Nawee Model ซึ่งเป็นกรอบแนวทางเชิงนโยบายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) กรอบกฎหมายและบรรทัดฐานเชิงนโยบาย 2) การเสริมสร้างความรู้เท่าทันและทักษะดิจิทัลของประชาชน 3) ความร่วมมือเชิงระบบของทุกภาคส่วน 4) การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบังคับใช้กฎหมายและ 5) ระบบการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นธรรม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ขวัญชนก ศรีภมร. (2565). ความรุนแรงของปัญหาอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ได้ทวีความซับซ้อนและขยายตัวอย่างรวดเร็วควบคู่กับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการสื่อสารโทรคมนาคม ส่งผลให้อาชญากรรมรูปแบบดังกล่าวกลายเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน. ใน วิทยานิพนธ์ศลิปศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเศรษฐกิจ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉัตรณพัฒน์ แก้วเลิศตระกูล. (2568). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารราชการแผ่นดินของไทย: กรณีศึกษานโยบาย THAILAND DIGITAL GOVERNMENT. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(10), 223-232.
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ. (2568). สถิติความเสียหายสะสมคดีอาญชญากรรมทางเทคโนโลยี. เรียกใช้เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2568 จาก https://www.thaipoliceonline.go.th/
สราวุธ ปิติยาศักดิ์. (2561). คำอธิบายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ. (2568). สำนักงาน กสทช. เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อสายโทรเข้าอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กสทช. หลอกให้โอนเงิน. เรียกใช้เมื่อ 1 ธันวาคม 2568 จาก https://www.nbtc.go.th/News/Press-Center/73798.aspx
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2564). คู่มือการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.
Ansell, C. & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.
Bovens, M. (2007). Analysing and Assessing Accountability: A Conceptual Framework1. European Law Journal, 13(4), 447-468.
Clarke, R. V. (1995). Situational Crime Prevention Successful Case Studies. Ney York: Guilderland.
Cohen, L. E. & Felson, M. (1979). Social Change and Crime Rate Trends: A Routine Activity Approach. New York: Routledge.
Cornish, D. B. & Clarke, R. V. (1986). The Reasoning Criminal: Rational Choice Perspectives on Offending. Hague: Springer-Verlag.
Rhodes, R. A. W. (1997). Understanding governance. Buckingham: Open University Press.
Suksom, S. (2024). Economic cooperation, investment trade connectivity in the Mekong and particle countries in the special economic zone project, 6,(2024), e2024ss0429. https://doi.org/10.31893/multiscience.2024ss0429
United Nations Office on Drugs and Crime. (2021). Global cybercrime trends. Austria: United Nations Office on Drugs and Crime.
Wall, D. (2024). Cybercrime: The Transformation of Crime in the Information Age. (2nd ed.). Cambridge: Cambridge.