การพัฒนาพุทธนวัตกรรมสื่อหุ่นจำลองมารในพระพุทธศาสนาเถรวาท

Main Article Content

ธนกฤต โพธิ์ขี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาเรื่องราว บทบาท และลักษณะของมารในพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อพัฒนาพุทธนวัตกรรมสื่อหุ่นจำลองมาร และ 3) เพื่อนำเสนอพุทธนวัตกรรมดังกล่าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งเป็นการศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพระพุทธศาสนา 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ ผลการวิจัยพบว่า มารในพระพุทธศาสนาจำแนกตามหลักเบญจพิธมาร ผู้วิจัยได้ถอดรหัสจากนามธรรม (ธรรมาธิษฐาน) สู่รูปธรรม (บุคลาธิษฐาน) ผ่านการออกแบบเชิงสัญลักษณ์ (Symbolism) และพัฒนาเป็นหุ่นจำลอง 3 มิติ (3D Model) จำนวน 5 ตน ได้แก่ 1) อภิสังขารมาร ออกแบบใบหน้าครึ่งคนครึ่งอสูรและหางสิงห์ สื่อถึงสภาวะจิตที่ปรุงแต่งทั้งบาปและบุญ 2) เทวปุตตมาร ใช้เครื่องประดับอลังการล้นเกิน สื่อถึงภาระของโลกธรรมและความยึดติดในวัตถุ 3) มัจจุราชมารร่างกายสีดำพันธนาการด้วยโซ่และหนาม สื่อถึงความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 4) ขันธมาร นำเสนอผ่าน 3 ช่วงวัยในร่างเดียว เพื่อสื่อถึงไตรลักษณ์และความเสื่อมของสังขาร 5) กิเลสมาร ใช้สัญลักษณ์กระจกแตกร้าว สื่อถึงการหลอกลวงตนเองและการบิดเบือนความจริง งานวิจัยนี้ยังได้พัฒนาโมเดลทางความคิด “The Mara-Awareness Transformation Model” ซึ่งเป็นวงจรการเรียนรู้ที่เริ่มจาก รู้มาร เห็นสัญลักษณ์ สัมผัสนวัตกรรม เกิดสติเท่าทัน การวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีการสื่อสาร SMCR ชี้ให้เห็นว่าพุทธนวัตกรรมดิจิทัล (AR, VR และ 3D Model) เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนจากการท่องจำสู่การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ทางสายตา (Visual Learning)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิ์ขี ธ. (2026). การพัฒนาพุทธนวัตกรรมสื่อหุ่นจำลองมารในพระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 13(6), 225–238. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/view/299287
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤษณ์ ทองเลิศ. (2553). การสื่อสารสัญลักษณ์ภาพ “มาร” ในงานภาพจิตรกรรมฝาผนัง. ใน รายงานวิจัย. สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต.

จีระศักดิ์ สังเฆม และประกาศิต ประกอบผล. (2562). มารในคัมภีร์พระไตรปิฎก. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(3), 187-198. https://shorturl.asia/q23hG

ชลูด นิ่มเสมอ. (2532). การเข้าถึงศิลปะในงานจิตรกรรมไทย. กรุงเทพมหานคร: บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัด.

ประยูร อุลุชาฎะ. (2544). จิตรกรรมฝาผนังหนึ่งในสยาม. กรุงเทพมหานคร: ด่านสุทธาการพิมพ์.

ฝ่ายหนังสือส่งเสริมเยาวชน. (2543). พจนานุกรมไทย ฉบับทันสมัย. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.

พระคมสันต์ ว่องสาริกิจ. (2565). มารที่ปรากฏในพรหมนิมันตนิกสูตร. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 5(2), 198-210.

พระครูกิตติสุวรรณาภรณ์ (เฉลียว กิตฺติปาโล). (2558). ศึกษาวิปัสสนาภาวนาเพื่อการหลุดพ้นจากมารในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาท. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาวิชัย กิตฺติวณฺโณ (เสาพะเนา). (2556). การศึกษาเรื่องมารในคัมภีร์พระพุทธศาสนาเถรวาท. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระวิเชียร ธีรปญฺโญ (พิลา). (2560). การศึกษาอิทธิพลของมาร 5 ที่มีผลต่อการปฏิบัติธรรม. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. เรียกใช้เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2568 จาก https://shorturl.asia/Ohdkl