แนวทางการนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนา และเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 2) เพื่อกำหนดแนวทางการนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกจากประชากรของแต่ละภูมิภาคๆ ละ 1,820 คน ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 12,740 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ (t-test, Anova, Chi-Square) ผลการวิจัย พบว่า 1) การนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์คิดเป็นร้อยละ 91.38 จากจำนวนผู้ตอบที่ปฏิบัติและประชาชนที่นับถือพระพุทธศาสนามีการนำหลักธรรมคำสอนในทางศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มากที่สุด คือ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต (ค่าเฉลี่ย = 3.86) รองลงมา คือ การระลึกถึงคุณงามความดีของตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ (ค่าเฉลี่ย = 3.80), กระตือรือร้นต่อการทำงาน/การเรียน (ค่าเฉลี่ย = 3.77) ตามลำดับ 2) แนวทางการนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติตนที่เหมาะสมตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของประชากรไทยได้อย่างเหมาะสมประกอบด้วย 3 แนวทางคือ แนวทางที่ 1 การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา แนวทางที่ 2 การส่งเสริมให้ประชากรปฏิบัติตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา แนวทางที่ 3 การเสริมสร้างให้ประชาชนนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2566). ฐานข้อมูลผู้นับถือศาสนา. กรุงเทพมหานคร: สำนักทะเบียนกลาง. เรียกใช้เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://data.go.th/dataset/os_04_00001
กรมการศาสนา. (2554). ความรู้ศาสนาเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2566). แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ของกระทรวงวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม.
นิมิตร์ ชัยเจริญ. (2561). หลักธรรมทางศาสนากับการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ. เรียกใช้เมื่อ 15 เมษายน 2564 จาก https://sites.google.com/a/email.kmutnb.ac.th/wicha-phraphuthth-sasna-m-6/hnwy-kar-reiyn-ru3
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระครูเกษมวัชรดิตถ์ (เกษม ฐิติสมปนฺโน). (2566). แนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาในสังคมไทย. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 5(1), 48-59.
พระมหายุทธนา นรเชฏโฐ และคณะ. (2563). หลักการอยู่ร่วมกันของคนในสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 7(1), 102-118.
พระสราวุฒิ วิสุทฺโธ. (2559). ความสอดคล้องระหว่างศาสนากับการดำเนินชีวิต. เรียกใช้เมื่อ 10 มีนาคม 2564 จาก https://bpf.dra.go.th/tmp/guest/291d11f7b8-015.pdf
ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). (2560). สถานการณ์คุณธรรมและการขับเคลื่อนสังคมคุณธรรม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง. กรุงเทพมหานคร: กลุ่มงานวิจัยนวัตกรรมและระบบเครือข่าย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. กรุงเทพมหานคร: สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง.
AlDigs, S. K. (2012). Religion’s contributions to a peaceful world. Masters Abstracts International, 51(3M), 106-E. https://doi.org/10.7939/R3499M.
Cordero, R. L. et al. (2011). Religion: Interrelationships and Opinions in children and adolescents: Interaction between age and beliefs. Religions, 12(5), 1-12.